“เศรษฐกิจไทย-โลก” ชะลอตัว กดยอดการใช้น้ำมัน 11 ด.ปี68 หดตัว 0.5%

Loading

กรมธุรกิจพลังงาน เผยยอดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของไทย รอบ 11 เดือน (ม.ค. – พ.ย.2568) ลดลง 0.5% ตามภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจการค้าโลก และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังมีข้อจำกัดส่งผลให้การใช้น้ำมันดีเซล หดตัว ขณะที่าตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ ของรัฐบาลที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ หนุนยอดการใช้น้ำมันJet

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของไทย ในรอบ 11 เดือน (มกราคม – พฤศจิกายน 2568) มีปริมาณอยู่ที่ 153.98 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) มีปริมาณการใช้ลดลงสูงสุด ที่ร้อยละ 16.4 ตามด้วยก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ลดลงร้อยละ 2.2 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลดลงร้อยละ 2.8 ขณะที่น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ (Jet A1) มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 การใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 และกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9

โดยมีรายละเอียดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดังนี้

ปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เฉลี่ยอยู่ที่ 31.56 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.55 ล้านลิตร/วัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลดลงมาอยู่ที่ 0.37 บาท/ลิตร (ส่วนต่างราคาเฉลี่ยเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2568) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ส่วนต่างราคาเฉลี่ยเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2567 อยู่ที่ 0.83 บาท/ลิตร) จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 สูงขึ้นจากปีก่อน ขณะที่การใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 น้ำมันเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 85 มีปริมาณการใช้ที่ลดลงมาอยู่ที่ 6.51 ล้านลิตร/วัน 5.05 ล้านลิตร/วัน 0.38 ล้านลิตร/วัน และ 0.06 ล้านลิตร/วัน ตามลำดับ

ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เฉลี่ยอยู่ที่ 64.80 ล้านลิตร/วัน ลดลงร้อยละ 2.8 โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ลดลงมาอยู่ที่ 64.79 ล้านลิตร/วัน และดีเซลหมุนเร็วบี 20 ลดลงมาอยู่ที่ 0.01 ล้านลิตร/วัน โดยมีปัจจัยจากเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สามของปี 2568 ที่ขยายตัวร้อยละ 1.2 แต่ชะลอลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสที่สองของปี 25681 เป็นผลมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจการค้าโลก และหนี้สินภาคเอกชนที่ยังอยู่ในระดับสูงซึ่งเป็นข้อจำกัดของการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งการลดลงของผลผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเฉลี่ย 11 เดือน (มกราคม – พฤศจิกายน 2568) ที่ลดลงร้อยละ 1.08 จากปีก่อนหน้า2 ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราว เช่น การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น การปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อย้ายฐานการผลิตยานยนต์จากภาคกลางไปยังภาคตะวันออกเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

ปริมาณการใช้ Jet A1 เฉลี่ยอยู่ที่ 16.95 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินเฉลี่ย 11 เดือน (มกราคม – พฤศจิกายน 2568) ที่มีการขยายตัวร้อยละ 5.63 จากปีก่อนหน้า ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ ของรัฐบาลที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศขยายตัวร้อยละ 1.1 โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ตามลำดับ4 นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มมีปริมาณการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินไทยให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากลและเตรียมความพร้อมสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ปริมาณการใช้ LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 17.99 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 2.2 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ภาคปิโตรเคมี ที่ลดลงมาอยู่ที่ 7.77 ล้านกก./วัน และภาคขนส่งลดลงมาอยู่ที่ 2.25 ล้านกก./วัน สอดคล้องกับปริมาณรถจดทะเบียนสะสมที่ใช้เชื้อเพลิง LPG ซึ่งลดลงร้อยละ 3.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน5 ขณะที่การใช้ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.90 ล้านกก./วัน และภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.07 ล้านกก./วัน

ปริมาณการใช้ NGV เฉลี่ยอยู่ที่ 2.33 ล้านกก./วัน ลดลงร้อยละ 16.4 โดยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับจำนวนรถจดทะเบียน NGV สะสมที่ลดลงร้อยละ 11.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน5 รวมถึงเมื่อพิจารณาจำนวนสถานีบริการ NGV ในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีสถานีบริการปิดตัวลง 16 แห่ง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน6 และมีแนวโน้มปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง

ปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยอยู่ที่ 1,012,138 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 2.5 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้ารวม 75,160 ล้านบาท/เดือน โดยเป็นการลดลงของการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันเบนซินพื้นฐาน น้ำมันดีเซลพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน และ LPG) มาอยู่ที่ 36,276 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 35.5 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 2,010 ล้านบาท/เดือนขณะที่น้ำมันดิบมีการนำเข้าอยู่ที่ 975,862 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 0.6 คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบอยู่ที่ 73,150 ล้านบาท/เดือน

ปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 145,780 บาร์เรล/วัน ลดลงร้อยละ 21.7 โดยเป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา น้ำมันอากาศยาน และ LPG คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม 11,908 ล้านบาท/เดือน