![]()
บอร์ด รฟท. เคาะดีลสัญญาใหม่เซ็นทรัลลาดพร้าว 30 ปี ผลตอบแทนค่าเช่า 3.3 หมื่นล้าน คาดลงนามสัญญาเช่าได้ภายใน มี.ค. 69 เริ่มสัญญาใหม่ ธ.ค.71
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. มีมติเห็นชอบผลการเจรจาเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ศูนย์การค้าบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน (โครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าว ) ระหว่างบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ รฟท. ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินและพัฒนาที่ดินเพื่อสร้างรายได้ให้รฟท. กับบริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนา จำกัด ซึ่งจะเป็นสัญญาเช่าใหม่ ระยะเวลา 30 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2571 ถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2601 โดยสัญญาใหม่นี้ รฟท.จะได้รับผลตอบแทนรวมตลอดอายุสัญญาประมาณ 33,000 ล้านบาท และหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนการจัดทำเอกสารและรายละเอียด และพิจารณารายละเอียดในประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่างให้ครบถ้วน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาเช่าฉบับใหม่ได้ช่วงเดือนมีนาคมนี้
นายอนันต์ กล่าวอีกว่า สำหรับรูปแบบรายได้ที่ รฟท. จะได้รับจากสัญญาการใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าว จะไม่ใช่การรับเงินก้อนในครั้งเดียว แต่เป็นเงินค่าเช่าที่ SRTA จะจ่ายให้ รฟท. ตลอดระยะเวลา 30 ปี โดย SRTA จะได้รับค่าดำเนินการจากการนำทรัพย์สินไปให้เช่าช่วง ซึ่งเป็นผลตอบแทนในลักษณะของส่วนต่าง หลังจากหักค่าเช่าที่ต้องส่งให้กับ รฟท.แล้ว โดยการคำนวณมูลค่าสัญญาว่า สัญญาเช่าฉบับใหม่มีการคำนวณ มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV) จากฐานโครงการ ณ ปัจจุบัน เมื่อนำมาประเมินสำหรับระยะเวลา 30 ปี จึงมีมูลค่ารวมประมาณ 33,000 ล้านบาท ขณะที่สัญญาเดิมซึ่งมีระยะเวลาเช่า 20 ปี มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยการขยายระยะเวลาเช่าเป็น 30 ปี ทำให้มูลค่าสัญญาเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เกิดความสมดุลและเหมาะสมกับผลประโยชน์ของรัฐ
อย่างไรก็ตามในสัญญาเช่าฉบับใหม่ทางบริษัท เซ็นทรัลฯ จะมีการลงทุนเพิ่มเติมเป็นเงินประมาณ 4,500 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงทรัพย์สินเดิม ได้แก่ อาคาร ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เนื่องจากของเดิมใช้งานมานานมากแล้ว รวมถึงการปรับโครงสร้างให้รองรับการเกิดแผ่นดินไหวด้วย ซึ่งเงินลงทุนส่วนนี้ไม่ได้นำมารวมอยู่ในตัวเลขผลตอบแทนที่รฟท.ต้องได้รับเพราะเป็นการลงทุนของเอกชน เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินแต่เมื่อสิ้นสุดสัญญา ทรัพย์สินจะต้องตกเป็นของ รฟท.ทั้งหมด