“พิพัฒน์” หนุน MOU ขนส่งทางบก – ทางหลวง เชื่อมข้อมูลรัฐ 

Loading

“พิพัฒน์” หนุน MOU ขนส่งทางบก – ทางหลวง เชื่อมข้อมูลรัฐ ยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน หนุนคมนาคมไทยสู่ยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) บูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานระหว่างกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กับกรมทางหลวง (ทล.) โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง หน่วยงานรัฐ ที่จะเชื่อมโยงประโยชน์ไปถึงประชาชนได้โดยตรง โดยการนําข้อมูลที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่ มาทํางานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ สะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ถนน การใช้รถ การเดินทาง หรือการได้รับข้อมูลด้านความปลอดภัยที่แม่นยําและทันเวลา และเมื่อข้อมูลของ ขบ. และทล.เชื่อมโยงถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะช่วยในการวิเคราะห์และป้องกันอุบัติเหตุได้ดีขึ้น จากข้อมูลยานพาหนะ คนขับ และสภาพถนน เพื่อวางแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมได้ตรงจุด ลดความเสี่ยง ลดจุดอันตรายและลดความสูญเสีย อีกทั้งอํานวยความสะดวกให้ประชาชนได้จริง ลดขั้นตอน ลดความซ้ําซ้อนและลดภาระในการติดต่อราชการ อาทิ ข้อมูลการจดทะเบียนรถ การออกใบอนุญาต สภาพการจราจร การเกิดอบัติเหตุบนสายทาง การซ่อมแซมสายทาง เป็นต้น 

โดยความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นการทํางานของภาครัฐในยุคปัจจุบัน ที่ก้าวไปสู่ การบูรณาการข้อมูลและการทํางานร่วมกันอย่างแท้จริง และ ยังสอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนการบริหารราชการสู่ระบบดิจิทัล และการใช้ Big Data เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้วางแผนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมบูรณาการข้อมูลร่วมกัน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ขบ. ได้บูรณาการข้อมูลกับ ทล. เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงคมนาคมให้มีประสิทธิภาพ และพัฒนาระบบการขนส่งทางถนนของประเทศให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดย ขบ. จะสนับสนุนข้อมูลด้านทะเบียนรถ ข้อมูลใบอนุญาตขับรถ ด้านประกอบการขนส่ง และข้อมูลพิกัดจากระบบ DLT GPS เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแล ตรวจสอบและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายด้านการขนส่งและทางหลวง รวมถึง ขบ. จะนำข้อมูลที่ได้จาก ทล.ไปพัฒนาระบบแผนที่ของหน่วยงาน เพื่อใช้สนับสนุนภารกิจการขนส่งสินค้า การขนส่งผู้โดยสาร และการกำหนดนโยบาย เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนน โดยการบูรณาการข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมายและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวงคมนาคมสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลหรือ Data-driven Organization อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบ Smart Transport ของประเทศไทย โดยทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันยกระดับการทำงานบริหารจัดการเชิงกระบวนการไปสู่การบริหารจัดการเชิงข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การขนส่งทางถนนมีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี ทล. กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการด้านคมนาคมและความปลอดภัยทางถนนของประเทศ โดย ทล. จะสนับสนุนข้อมูลผลการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน พิกัดตำแหน่งสถานีตรวจสอบน้ำหนักยานพาหนะ ข้อมูลทะเบียนสายทางและสะพาน ข้อมูลพิกัดทรัพย์สินในเขตทางหลวง ข้อมูลสถิติทางหลวง และข้อมูลอุบัติภัยบนทางหลวงจากระบบคลังข้อมูลภูมิสารสนเทศกรมทางหลวง (DOH One Map) เพื่อสนับสนุนภารกิจของ ขบ. ขณะเดียวกัน ทล. จะนำข้อมูลจาก ขบ. เช่น ข้อมูลทะเบียนรถ ข้อมูลผู้ขับขี่ ข้อมูลการเดินรถ และข้อมูลจากระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (GPS) มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพการจราจร ติดตามพฤติกรรมการใช้รถ ตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงวางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อให้การบริหารจัดการมีความแม่นยำ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมผลักดันการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศอย่างต่อเนื่อง