![]()
ส่อง! ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 งานทางทะเลท่าเรือ F1 F2 คืบหน้า 89% แต่ส่อเลื่อนเปิดบริการท่าเรือ F1 ออกไปเป็นปี 73 ส่วนผลงานไตรมาสแรกปี 69 กำไรโต เรือ–สินค้า–ตู้คอนเทนเนอร์ขยายตัว ภาพรวมทั้งปีคาดใกล้เคียงปี 68

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 (เฟส 3) ว่า โครงการลงทุนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยภาพรวมส่วนที่ 1 งานทางทะเล ประกอบด้วย การขุดลอก งานถมทะเล การสร้างคันหิน มีความคืบหน้าราว 89%
อย่างไรก็ตามการงานถมทะเลในส่วนของท่าเทียบเรือ F1 นั้นดำเนินการเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่เชิงวิศวกรรมความหนาแน่นสัมพันธ์ รวมถึงรองรับเรื่องแผ่นดินไหวเพิ่มเติมด้วย ซึ่งก็มีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ กลุ่ม GPC ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT TANK) และบริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งหากการตรวจสอบพื้นที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดถึงจะสามารถส่งมอบพื้นที่ให้กับกลุ่ม GPC ได้ ส่วนการถมทะเลของท่าเทียบเรือ F2 ก็คาดว่าจะดำเนินการถมทะเลแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2569
อย่างไรก็ตามท่าเทียบเรือ F1 นั้นเดิมมีกำหนดจะเปิดให้บริการได้ในปี 2028 (พ.ศ. 2571) หากไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ภายในปี 2569 ก็คาดว่าจะเปิดให้บริการไม่ทันปี 2571 โดยอาจจะเลื่อนไปเปิดให้บริการพร้อมกับท่าเทียบเรือ F2 ในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ส่วนงานในส่วนที่ 2 เป็นงานโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างถนน สะพานข้าม สถานไฟฟ้า ซึ่งวันนี้ (22 ม.ค.69) มีความคืบหน้าราว 11%
นายเกรียงไกร กล่าวถึงผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 ว่า ภาพรวมสะท้อนการขยายตัวของกิจกรรมโลจิสติกส์และการค้าผ่านท่าเรืออย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเรือเทียบท่ารวม 3,844 เที่ยว เพิ่มขึ้น 5.55% ปริมาณสินค้าผ่านท่ารวม 32.32 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6.82% และปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวม 3.05 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 10.65% ขณะที่ผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.80%
สำหรับ ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของประเทศ มีเรือเทียบท่า 2,735 เที่ยว เพิ่มขึ้น 7.63% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 27.80 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 9.26% และมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่ารวม 2.73 ล้านที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 12.28% โดยการเติบโตของสินค้าทั่วไปและสินค้าบรรจุตู้เพิ่มขึ้นถึง 9.46% สะท้อนการฟื้นตัวและการไหลเวียนของสินค้าในภาคอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ ท่าเรือกรุงเทพ มีภาพรวมการให้บริการเรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน โดยจำนวนเที่ยวเรือรวมเพิ่มขึ้น 0.73% จากการขยายตัวของเรือชายฝั่งถึง 7.40% ส่วนปริมาณสินค้ารวมและตู้สินค้ามีการปรับลดลงเล็กน้อยจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของพื้นที่ท่าเรือและสภาพการแข่งขันของเส้นทางขนส่ง ส่วนภาพผลการดำเนินงานในปี 2569 คาดว่าจะใกล้เคียงกับปี 2568 ที่มีกำไรสุทธิ 7,096 ล้านบาท