“พิพัฒน์” เคลียร์ชัด! ปิดพื้นที่ 100% จุดเสี่ยงถนนพระราม 2 ยันไม่อุ้มผู้รับเหมา

Loading

พิพัฒน์” เคลียร์ชัด! ปิดพื้นที่ 100% จุดเสี่ยงบนถนนพระราม 2 ยันไม่ใช่ปิดถนนทั้งสาย ย้ำ! ประชาชนต้องปลอดภัยสูงสุด ไม่มีการอุ้มผู้รับเหมา สั่ง ทล.กางผังจราจรถนนพระราม2 ละเอียด รับมือซ่อมโครงสร้าง M82

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ของประชาชนมีความกังวลต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจากการก่อสร้างโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่7 บนถนนพระราม 2  โดยเฉพาะประเด็น “การปิดพื้นที่ก่อสร้าง 100%” ว่า เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่า “คำว่าปิด 100%  ไม่ใช่การปิดถนนพระราม 2 ทั้งเส้นเป็นการถาวร หรือผลักภาระให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหารถติดโดยไม่จำเป็น แต่หมายถึงการปิดถนนเฉพาะจุดที่จำเป็นต้องเร่งปรับปรุงซ่อมแซมงานก่อสร้างที่เกิดความเสียหายโดยเร็วที่สุดและให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด โดยความปลอดภัยต้อง 100%

นอกจากนี้ประชาชนยังกังวลว่า หน่วยงานราชการกำลังเข้าข้างผู้รับเหมาให้ทำงานง่ายขึ้น โดยไม่คำนึงถึงความลำบากของประชาชนนั้นตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง รัฐบาลไม่มีนโยบายอุ้มผู้รับเหมาที่ประมาทเลินเล่อ ส่วนบทลงโทษทางกฎหมายหรือการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการพิจารณาการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) นั้น ยังคงเดินหน้าอย่างเฉียบขาด และจะไม่ยอมให้มีความเสี่ยงในการทำงานที่กระทบต่อประชาชน เช่น กรณีมีการก่อสร้าง ยกวัสดุอยู่ด้านบนเส้นทางการสัญจรของประชาชน หรือจุดที่โครงสร้างเสียหายรุนแรงมีความจำเป็นต้องปิดกั้นพื้นที่ในจุดนั้นๆ เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะสัญจรในเส้นทางที่กำหนดไว้จะไม่ได้รับอันตรายจากการก่อสร้างหรือแก้ไขงาน

การอำนวยความสะดวกนั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนคือสิ่งสำคัญสูงสุด จึงได้มีการสั่งการให้กรมทางหลวงได้บริหารการจัดการเส้นทางการจราจร ในช่วงที่มีการก่อสร้างซ่อมแซมพื้นที่ดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชน

ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า การปฏิบัติงานรื้อถอนพื้นสะพานช่วงที่เสียหายจากเครน LG ถล่มมากระแทก และการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน (Closure) เพื่อรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราว ช่วง กม.29+100 ถึง กม.32+100 ระยะทาง 3 กม. ว่า กรมทางหลวงตระหนักดีว่าการปิดช่องทางหลักนั้น ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง จึงได้จัดทำแผนบริหารจัดการจราจรและประเมินผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนวางแผนการเดินทางได้ชัดเจน ดังนี้

1. ข้อมูลทางกายภาพและการจัดการจราจร สถานะปกติช่องทางหลัก มีจำนวน 3 เลน และ ช่องทางขนาน (Frontage Road) มีจำนวน 2 เลน รวมช่องจราจรทั้งหมด 5 เลน ต่อทิศทาง หรือ 10 ช่องจราจรรวม 2 ทิศทาง

ส่วนช่วงปิดซ่อมแซม (กม.29+100 – กม.32+100) ปิดช่องทางหลัก ทั้งหมด 100% (จำนวน 3 เลน) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดขณะรื้อถอนสะพานและเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นและคงเหลือช่องทางขนาน เปิดใช้งาน 2 เลนต่อทิศทางหรือรวม 4 ช่องจราจรในสองทิศทาง โดยมาตรการเสริม ในการดำเนินการอำนายการจราจร คือการปรับกายภาพทางเชื่อม และปรับจุดเข้า-ออก เพื่อลดจุดคอขวดของกระแสจราจร และเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจร

2. การประเมินผลกระทบ จากการคำนวณทางวิศวกรรมจราจร คาดว่าความสามารถในการรองรับปริมาณรถ จะลดลงประมาณ 60% โดยในช่วงเวลาเร่งด่วน คาดว่าจะมีความยาวแถวคอยสะสมประมาณ 4 กิโลเมตร จึงได้วางแผนแก้การจราจร โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาจราจรประจำจุดทางเบี่ยงตลอด 24 ชม.

โดยกรมทางหลวง จะกำหนดแผนการทำงาน(Sequence) ให้กระชับ เพื่อจะปิดการจราจรทางหลัก ทั้งสองทิศทาง เฉพาะเท่าที่จำเป็น โดยบางวันจะปิดช่องทางหลักเพียง 1 ทิศทาง เพื่อคืนผิวจราจรให้วิ่งเพิ่มขึ้นอีก 3 เลนต่อทิศทาง เพื่อช่วยระบายรถและอาจเปิดใช้เป็นช่องทางพิเศษ (Reversible lane) เพื่อลดผลกระทบการจราจรและจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอำนวยการจราจรบริเวณทางที่เชื่อมเข้า-ออก ถนนพระราม 2 เพื่อช่วยเพิ่มความคล่องตัวของช่องทางขนาน ให้สอดคล้องกับปริมาณรถ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนต่อไป

นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้างานวิศวกรรมนั้นขณะนี้ทีมผู้เชี่ยวชาญได้รื้อย้ายซากเครน LG และชิ้นส่วนที่เสียหายลงมาแล้วอย่างปลอดภัย และจำเป็นต้องเร่งดำเนินการใน 2 ส่วนสำคัญ คือ 1) รื้อถอนพื้นสะพานช่วงที่เสียหายจากเครน LG ถล่มมากระแทก และ 2) เทคอนกรีตเชื่อมต่อสะพานแบบคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน เพื่อให้โครงสร้างแข็งแรงสมบูรณ์ และเร่งรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราว โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน โดยดำเนินการตั้งแต่ 24 ม.ค. 2569 ถึง 27 มี.ค. 2569

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัย 5 มิติ ตามข้อสั่งการของ นายพิพัฒน์ โดยเน้นย้ำว่า “ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรื้อถอน การจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระและมาตรการความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด บริษัทผู้รับจ้าง (ITD) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว