![]()
บขส.ทยอยโล๊ะรถเก่าเปลี่ยนใหม่ในรอบ 10 ปี 311 คัน วงเงิน 3,018 ล้านบาท เริ่มส่งมอบให้บริการแล้ว 55 คัน ช่วยลดต้นทุนซ่อมปีละกว่า 100 ล้าน มั่นใจดัน บขส. กลับมามีกำไร ยันรถสเปคสูงมาตรฐานยุโรป ปลอดภัย 100%

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตามที่ บขส. ได้ดำเนินการจัดหารถโดยสารใหม่ จำนวน 311 คัน ในรูปแบบเช่าดำเนินการพร้อมซ่อมบำรุง ระยะเวลา 5 ปี โดยมีบริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล วงเงินรวม 3,018 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการจัดหารถโดยสารใหม่ครั้งแรกของ บขส. ในรอบกว่า 10 ปี และเป็นการดำเนินการภายใต้แผนการฟื้นฟูองค์กรทั้งด้านบริการผู้โดยสารและฐานะทางการเงินนั้น ขณะนี้ บขส.ได้รับมอบรถล๊อคแรกมาแล้ว55 คัน แบ่งเป็นงวดที่ 1 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 รับรถจำนวน 15 คัน งวดที่ 2 วันที่ 29 ธันวาคม 2568 รับรถอีก 15 คัน งวดที่ 3 วันที่ 13 มกราคม 2569 รับรถจำนวน 10 คัน และงวดที่ 4 วันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา รับรถอีก 15 คัน โดยบขส.ได้นำรถมาเปลี่ยนทดแทนรถเดิมที่ใช้งานมานาน และนำออกให้บริการในเส้นทางหลักและเส้นทางที่มีความต้องการเดินทางสูงแล้ว
นายอรรถวิท กล่าวอีกว่า ในปี69 นี้ บขส. ตั้งเป้ามีรายได้รวมประมาณ 2,500 ล้านบาท และจะกลับมามีกำไรประมาณ 50 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสะสมมาจากช่วงโควิด19 และปีที่ผ่านมาก็ยังขาดทุนอยู่ 200 ล้านบาท จากปัจจัยการเพิ่มรายได้จากหลายช่องทางและการลดต้นทุนอย่างจริงจัง โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการรับมอบรถโดยสารใหม่มาตรฐานยุโรปจำนวน 311 คัน เพื่อทดแทนรถเก่าทั้งหมดที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน
สำหรับรถใหม่จำนวน 55 คัน หลังนำมาให้บริการในเส้นทางต่างๆได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารเป็นอย่างดี มีอัตราการบรรทุกเต็มหรือเกือบเต็มอย่างต่อเนื่อง โดยนำไปให้บริการในเส้นทางหลัก อาทิ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ–นครพนม เป็นต้น รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ ขณะที่รถที่เหลืออีก 256 คัน จะทยอยรับมอบจนครบทั้งหมดภายในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งจะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างเพียงพอ
ขณะเดียวกัน บขส. ได้นำรถใหม่ไปเสริมบริการในเส้นทางหลักและเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดผู้โดยสารกลับมาใช้บริการมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับบริการบนรถ โดยร่วมมือกับ S&P จัดหาอาหารว่างและขนมที่มีคุณภาพ พร้อมบริการน้ำแร่ ภายใต้นโยบาย “ของดี ราคาที่เข้าถึงได้” เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าภาพจำเดิมของรถโดยสารสาธารณะ
นายอรรถวิท กล่าวว่า ขอยืนยันรถโดยสารใหม่ทั้งหมดเป็นรถมาตรฐานยุโรป ออกแบบในประเทศเยอรมนี ใช้สเปคระดับสูง และผ่านมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วน 100% เป็นไปตามเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างทุกประการ ซึ่งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะของ บขส. ให้มีมาตรฐานใกล้เคียงระบบขนส่งสาธารณะระดับสากล
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านไปใช้รถโดยสารใหม่ในรูปแบบเช่าทั้งหมด จะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนขององค์กร เนื่องจากภาระการซ่อมบำรุงเป็นความรับผิดชอบของผู้ให้เช่า ทำให้ บขส. สามารถปิดศูนย์ซ่อมบำรุงของตนเองได้อย่างถาวร และช่วยลดต้นทุนค่าซ่อมบำรุงได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี ขณะเดียวกัน รถโดยสารเก่าจำนวน 157 คัน จะถูกปลดระวางและทยอยจำหน่าย โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จากการขายรถเก่ามากกว่า 100 ล้านบาท เพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องขององค์กร
นอกจากนี้การรับรถใหม่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการ แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อผลประกอบการของ บขส. อย่างมีนัยสำคัญ หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้องค์กรขาดทุนสะสม ปัจจุบันอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 73–75% สูงกว่าจุดคุ้มทุนที่ 68% จากเดิมในอดีตที่อยู่เพียง 60–64% และประสบภาวะขาดทุน ส่งผลให้การดำเนินงานกลับมามีกำไรแล้ว โดยตั้งเป้าเพิ่มอัตราการบรรทุกเป็น 85% ในอนาคต เพื่อรองรับภาระค่าใช้จ่ายบุคลากรกว่า 2,300 คน และสร้างความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน
นายอรรถวิท กล่าวว่า ขณะที่ด้านการดูแลบุคลากรนั้น บขส. ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงานขับรถและพนักงานบริการบนรถ โดยเร่งดำเนินโครงการปรับปรุงที่พักพนักงาน หลังพบว่าสภาพเดิมบางแห่งไม่เหมาะสมและไม่ถูกสุขลักษณะ จึงได้ปรับปรุงอาคารเดิมและจัดหาที่พักเช่าที่มีคุณภาพ ครอบคลุมสถานีขนส่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน เพื่อให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่
อย่างไรก็ตามส่วนมาตรการด้านความปลอดภัย บขส. ยังคงใช้พนักงานขับรถ 2 คน และพนักงานบริการ 1 คนต่อคัน มีการตรวจสอบสภาพรถและความพร้อมของพนักงานอย่างเข้มงวดก่อนออกเดินทาง พร้อมวางแผนยกระดับความคุ้มครองในอนาคต ด้วยการจัดทำประกันภัยชั้น 1 สำหรับรถทุกคัน และประกันอุบัติเหตุรายบุคคลคุ้มครองผู้โดยสารทุกที่นั่ง เมื่อองค์กรสามารถสร้างกำไรได้อย่างมั่นคง