“พลังงาน” แจงแผนเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26 (ฝั่งอันดามัน) หลังประกาศพื้นที่ 1 แปลงใหญ่  

Loading

“พลังงาน” แจงแผนเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26 ฝั่งทะเลอันดามัน หลังราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตพื้นที่แปลงสำรวจแล้ว จำนวน 1 แปลง  A1/68 เนื้อที่รวม 60,277.90 ตารางกิโลเมตร คาดหลังออกประกาศเชิญชวนฯเข้าร่วมการประมูล ใช้เวลา 1 ปี ก่อนประกาศผู้ชนะ

หลังจาก กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ได้เผยแพร่ประกาศราชกิจจานุเบกษาเรื่อง “การกำหนดเขตพื้นที่แปลงสำรวจในทะเลอันดามัน สำหรับการให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26” โดยราชกิจจานุเบกษา ระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2550 ประกอบมาตรา 53/8 และมาตรา 53/18 แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติปิโตรเลียม(ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2560 กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จึงออกประกาศให้กำหนดเขตพื้นที่แปลงสำรวจในทะเลอันดามันสำหรับการให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26 จำนวน 1 แปลง โดยมีแนวเขตตามแผนที่หมายเลข ป.100/2568 ทั้งนี้ แปลงสำรวจปิโตรเลียม รอบที่ 26 ตั้งอยู่ในทะเลฝั่งอันดามัน แปลง A1/68 เนื้อที่รวม 60,277.90 ตารางกิโลเมตร

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน ระบุว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอเรื่องให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พิจารณาอนุมัติ แผนการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26 โดยคาดหมายว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน น่าจะลงนามเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตได้ อย่างเร็วประมาณเดือน มิ.ย. 2569

ทั้งนี้ ตามขั้นตอน หลังจากลงนามออกประกาศเชิญชวนฯแล้ว ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้เข้าร่วมประมูล พร้อมกับจะมีห้องข้อมูลให้นักลงทุนเข้ามาศึกษา และมีการจัดทำข้อมูลแบบแพ็กเกจไว้ ซึ่งบริษัทที่สนใจสามารถเข้ามาซื้อและเอาข้อมูลไปวิเคราะห์ เพื่อใช้จัดทำข้อเสนอและยื่นซองประมูล คาดว่าใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน จากนั้นอนุกรรมการจะพิจารณาคำขอ ก่อนเสนออนุกรรมการด้านกฎหมายพิจารณาเกี่ยวกับร่างสัมปทานใหม่  และเสนอคณะกรรมการปิโตรเลียมพิจารณาข้อเสนอของนักลงทุน คาดใช้เวลาอีกประมาณ 3 เดือน จึง จะมีพิจารณาผู้ชนะการประมูล และต้องนำเสนอ ครม. พิจารณา และเสนอผู้บริหารกระทรวงพลังงานดำเนินการตามขั้นตอน โดยรวมใช้เวลาประมาณ 1 ปี

ก่อนหน้านี้ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุว่า หนึ่งในแผนการดำเนินงานเร่งด่วนในปี2569 ของกระทรวงพลังงาน คือ การดูแลความมั่นด้านพลังงาน ผ่านการเดินหน้าเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยจะผลักดันให้เกิดการประกาศผลผู้ได้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม สำหรับแปลงสำรวจบนบก (รอบที่ 25)  ซึ่งอยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา รวมถึง เปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (รอบที่ 26) บริเวณทะเลน้ำลึก ที่รอเสนอ ครม. เช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะเปิดการสำรวจฯ ได้จริงในช่วงปลายปี 2569 อีกทั้ง ยังเตรียมเสนอรัฐบาลชุดใหม่ พิจารณาต่ออายุสัมปทานพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) ซึ่งใกล้จะหมดอายุสัมปทานในปี พ.ศ. 2572

ขณะที่ นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มองว่า การเปิดสำรวจปิโตรเลียม รอบที่ 26 ที่เน้นลักษณะแปลงใหญ่ เพราะหากเปิดเป็นลักษณะแปลงเล็กจะไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่จะลงทุน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง มีความเสี่ยงสูง อีกทั้งปัจจุบันยังมีข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่แปลงสำรวจในฝั่งอันดามันค่อนข้างน้อย และเป็นข้อมูลเก่า แต่เชื่อว่า หากมีการสำรวจพบปิโตรเลียมในฝั่งอันดามัน จะมีปริมาณปิโตรเลียม มากกว่าแหล่งอาทิตย์เป็นเท่าตัว

ทั้งนี้ กรมเชื้อเพลิงฯ คาดการณ์ว่า การเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 26 น่าจะได้รับความสนใจอย่างมากจากบริษัทต่างชาติรายใหญ่ เนื่องจากอินโดนีเซีย มีการสำรวจพบปิโตรเลียมขนาดใหญ่ในฝั่งทะเลอันดามัน และส่วนใหญ่เป็นก๊าซธรรมชาติ โดยมีปริมาณสำรองปิโตรเลียม ประมาณ 7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต (Tcf) ซึ่งเป็นแหล่งที่มีศักยภาพมาก และอยู่ใกล้กับบริเวณที่ไทยจะเปิดสำรวจในฝั่งอันดามัน ที่น่าจะมีความคุ้มค่าต่อการลงทุนได้ อีกทั้งทางอินโดนีเซียเองก็เตรียมที่จะขยายพื้นที่เปิดสำรวจปิโตรเลียมเพิ่มเติม ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรายใหญ่ของโลก จึงหันมาให้ความสนใจแหล่งสัมปทานในฝั่งอันดามันมากขึ้น จึงมั่นใจว่า ช่วงนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะเปิดให้มีการยื่นสิทธิสำรวจฯ เพื่อดึงดูดนักลงทุน