ขบ-ทล.- บริษัทกลางฯ – ไทยโรดส์ ผนึกความร่วมมือลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

Loading

ขบ-ทล.- บริษัทกลางฯ – ไทยโรดส์ ผนึกความร่วมมือบูรณาการข้อมูล ตั้งเป้าลดอัตราการเสียชีวิตลงให้เหลือ 12 รายต่อแสนประชากร ภายในปี 70 พร้อมเปิดตัวสถาบัน “TRADAR” วิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุเชิงลึกระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่กรมการขนส่งทางบก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) นางสาวพรรณี ปิติกุลตัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ ศ.นพ.ไพบูลย์ สุริยะวงศ์ไพศาล ประธานมูลนิธิไทยโรดส์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน พร้อมเปิดตัวสถาบันวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (TRADAR) มุ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลและงานวิจัยเชิงลึกระดับภูมิภาคและนานาชาติ

นายสรพงศ์ กล่าวว่า จากข้อมูลองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไทยอยู่ลำดับที่ 18 ด้วยอัตราการเสียชีวิต 25 รายต่อแสนประชากร  ซึ่งภาครัฐก็มีเป้าหมายลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยเป็นวาระเร่งด่วน ตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565 – 2570 ที่จะลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือ 12 รายต่อแสนประชากร ภายในปี 2570 ดังนั้นการจัดตั้งสถาบัน TRADAR ครั้งนี้จะเป็นกลไกหนึ่งในเชิงวิชาการที่จะพัฒนาขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทั้งในส่วนของจุลภาค (แต่ละจุดเกิดเหตุ) และเชิงมหาภาค (การกำกับดูแลทั้งประเทศ) ได้อย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีสภาบันวิเคราะห์วิจัยเพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นทางการ และยังเป็นก้าวสำคัญในการนำนโยบายของกระทรวงคมนาคมมาปฎิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรกด้วย

โดยหลังจากนี้ทั้ง 4 หน่วยงานจะเริ่มขับเคลื่อนการดำเนินงานทันที เพื่อบูรณาการ วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งจะมีองค์กรเอกชนอื่นเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ สร้างสัมพันธมิตรในการแบ่งปันทรัพยากร องค์ความรู้ และเทคโนโลยีร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นระบบ ลดการสูญเสียและอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน 

อย่างไรก็ตามขบ.มุ่งเน้นการดำเนินงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การยกระดับกระบวนการออกใบอนุญาตขับรถ ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานยานยนต์ให้มีความเป็นสากลและมีความปลอดภัยสูงสุด และการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสำคัญ รวมถึงส่งเสริมทัศนคติและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนให้มีความปลอดภัย นอกจากนี้ขบ. ยังได้ริเริ่มโครงการ Big Data เพื่อวางรากฐานระบบข้อมูลขนาดใหญ่ สำหรับติดตามประเมินผลและวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึกของการเกิดอุบัติเหตุ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม

นายปิยพงษ์ กล่าวว่า MOU ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการบูรณาการด้านข้อมูล และการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนในระดับประเทศ โดย ทล.พร้อมสนับสนุนข้อมูลสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายทางหลวง ข้อมูลกายภาพถนน ข้อมูลปริมาณจราจร และข้อมูลพฤติกรรมการใช้ความเร็ว รวมถึงผลการศึกษาต่างๆ ให้แก่หน่วยงานภาคี เพื่อนำไปวิเคราะห์และสังเคราะห์ร่วมกัน โดยความร่วมมือนี้จะช่วยเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่า สามารถนำไปกำหนดนโยบายและมาตรการความปลอดภัยทางถนนบนหลักฐานเชิงประจักษ์ได้อย่างแม่นยำ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานระหว่างหน่วยงาน และเกิดความคุ้มค่าสูงสุดในการใช้ทรัพยากรของภาครัฐ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง

นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า ทล.มีหน้าที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานให้มีความปลอดภัย ซึ่งในทุกปีได้จัดสรรงบประมาณเรื่องการอำนวยความปลอดภัยโดยเฉพาะประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาทต่อปี และสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจาก MOU ครั้งนี้ คือการลดอัตราการเสียชีวิตจากทางถนน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70-80% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในไทย ทั้งนี้องค์ประกอบในการลดอุบัติเหตุจะประกอบด้วย 3 ด้าน คือ คน รถ และถนน ดังนั้นความร่วมมือนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการข้อมูลจาก 3 แหล่งหลักมารวมกัน และออกเป็นมาตรการและนโยบายที่มาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการวางแผนจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์และรถยนต์ต่อไป

นางสาวพรรณี กล่าวว่า จากข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุในปี 68 มีประมาณกว่า 8 แสนราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 1.4 หมื่นราย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯกลางได้ดำเนินการเรื่องลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและการบังคับใช้กฎหมายซึ่งได้ผลพอสมควร และยังขาดผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์ข้อมูลว่าเกิดจากสาเหตุใด ดังนั้นความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม โดยบริษัทกลางฯ ได้นำข้อมูลจากการใช้สิทธิประกันภัย พ.ร.บ. รวมถึงข้อมูลการรับแจ้งอุบัติเหตุจากภาคีเครือข่าย มาจัดทำเป็นฐานข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน www.ThaiRSC.com เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์ วางแผน และกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างมีประสิทธิภาพ

 ศ.นพ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ทางมูลนิธิไทยโรดส์มีความมุ่งมั่นที่จะบริหารจัดการสถาบัน TRADAR ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตจำนงร่วมกันในการเป็นหน่วยงานวิชาการอิสระ ที่ทำหน้าที่บูรณาการข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยการนำหลักวิชาการและแนวคิด ระบบแห่งความปลอดภัย (Safe System Approach) มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาวิจัยเชิงลึก เพื่อค้นหากลไกและสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะนำไปสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายบนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-based policy) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานภาคีเครือข่าย ให้สามารถกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และนำไปสู่การลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างยั่งยืน