![]()
“พิพัฒน์” ลุยปั้นอีอีซีเมืองใหม่อัจฉริยะ 1.5 หมื่นไร่ ผุดฮับเอนเตอร์เทนเมนต์-สปอร์ตคอมเพล็กซ์-สวนสนุก AI ดันไทยสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก
เมื่อวันทวันที่ 18 ก.พ. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) ร่วมหารือความคืบหน้าและวางกรอบทิศทางการพัฒนา “โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ” (EECiti) ภายใต้คอนเซปต์ Smart & Sustainable “LIVE-WORK-PLAY” City เพื่อยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวระดับโลก
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการติดตามความคืบหน้าด้านการจัดสรรพื้นที่และวางระบบสาธารณูปโภคเพื่อเดินหน้าโครงการอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้มอบนโยบายและแนวทางสำคัญ โดยเฉพาะการวางแผน “ระบบบริหารจัดการน้ำ” ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักของโครงการ เพื่อให้สามารถรองรับและเป็นต้นแบบในการวางแผนพื้นที่กิจการอื่นๆ ในอาณาบริเวณเมืองใหม่รูปแบบเดียวกันนี้ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ มุ่งเป้าสู่การเป็น World-Class Entertainment & Leisure Hub
โดยมีแผนแม่บทในการดึงดูดการลงทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่ซึ่งประกอบไปด้วยสวนสนุกระดับโลกที่มีสเกลทัดเทียมกับสวนสนุกชั้นนำของโลก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ ที่ได้มาตรฐานสากลและ ศูนย์จัดแสดงสินค้าและการประชุมที่ตั้งเป้าหมายให้เป็นฮับการจัดงานที่ใหญ่และทันสมัยระดับโลก โดยวางแผนการบูรณาการเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนของการบริการนักท่องเที่ยว การจัดการพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero City อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากความยิ่งใหญ่ของตัวโครงการแล้ว พื้นที่ EECiti ยังมีจุดเด่น ที่เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ โดยพื้นที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจาก สถานีรถไฟ (ความเร็วสูง) เพียง 10 กิโลเมตร และห่างจาก สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เพียง 15 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการเดินทางและขนส่งทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ ตามกรอบระยะเวลาดำเนินการ ทาง EEC เตรียมเร่งผลักดันรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยจะมีการหารือบอร์ด EEC ในเดือนนี้ในประเด็นพื้นที่สวนสนุก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และฮับความบันเทิงให้เข้าสู่กระบวนการศึกษาความเป็นไปได้และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุนเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลกต่อไป