![]()
AAV มั่นใจปี 69 การท่องเที่ยวฟื้นตัว ตั้งเป้าผู้โดยสาร 23.5 ล้านคน อัตราบรรทุกผู้โดยสาร 85% ขณะที่ผลประกอบการปี 68 กำไรกว่า 2.3 พันล้าน รายได้จากรวม 4.5 หมื่นล้าน ชี้ปรับ PSC ไม่กระทบค่าตั๋วโดยสาร หนุนสร้างดิสนีย์แลนด์ดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ
นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ผู้ถือหุ้นใหญ่ในสายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) เปิดเผยว่า แนวโน้มปี 2569 บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยตั้งเป้ารายได้จากการขายและบริการเติบโตร้อยละ 7-9 ขนส่งผู้โดยสารจะโตร้อยละ 11 อยู่ที่ 23.5 ล้านคน อัตราบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ร้อยละ 85 ภายใต้กลยุทธ์การขยายฝูงบินเพิ่มอีก 5 ลำในช่วงครึ่งปีหลัง
นอกจากนี้ตั้งเเต่ต้นปีบริษัทยังได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผ่านแคมเปญ ‘Feel All the Feelings’ ที่มีลิซ่าเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเดินทางในประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความยั่งยืน ซึ่งล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการประเมินประจำปี 2568 จาก SET ESG Ratings โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินหุ้นยั่งยืน สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ต่อข้อถามถึงกรณีที่บริษัทท่าอากาศไทย จำกัด (มหาชน) ทอท. หรือ AOT ประกาศปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge หรือPSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป นั้นส่งผลกระทบต่อราคาตั๋วโดยสาร หรือไม่ นายไพรัชล์ กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบต่อค่าตั๋วโดยสาร เพราะ AAV ยังขายตั๋วในราคาเดิมและต้นทุนเดิม แต่ผู้โดยสารคงต้องรับภาระในส่วนนี้เพราะสายการบินต้องนำส่ง AOT ซึ่งทางAOT ก็ต้องแสดงให้ผู้โดยสารเห็นว่าเมื่อต้องจ่ายแพงขึ้นก็จะได้ความคุ้มค่ามากขึ้น บริการที่ดีขึ้นก็จะทำให้ผู้โดยสารไม่รู้สึกอะไร
ส่วนกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีแนวคิดผลักดันให้เกิดสวนสนุกระดับโลก หรือ ดิสนีย์แลนด์ (Disneyland) แห่งแรกในอาเซียน ภายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นายไพรัชล์ กล่าวว่า ในฐานะคนไทยเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะน่าจะช่วยให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศดีขึ้น ซึ่งเมื่อมีการปรับขึ้นค่า PSC แล้วผู้โดยสารที่ตัดสินใจเดินทางเข้ามาในไทยก็จะรู้สึกว่าได้ท่องเที่ยวหลากหลายขึ้น ขณะที่ในส่วนของสายการบินนั้นก็คิดว่ามีความพร้อมและขยับตัวไม่ยากในการไปให้บริการที่สนามบินอู่ตะเภา
สำหรับรณีที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ล่าช้าจะกระทบต่อนโยบายด้านการท่องเที่ยวของประเทศหรือไม่นั้น นายไพรัชล์ กล่าวว่า มองว่าในภาพของการทำงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ) ทำเต็มที่แล้ว ทั้งการโปรโมท และออกเคมเปญ แต่ในส่วนของนโยบายอยากเห็นรัฐบาลไทยร่วมมือกับรัฐบาลจีนให้ชัดเจนขึ้น
นายไพรัชล์ กล่าวถึงผลประกอบการปี 2568 AAV มีรายได้จากการขายและบริการรวม 45,690.9 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปีก่อนโดยปัจจัยหลักมาจากราคาค่าโดยสารเฉลี่ยที่ปรับลดลงร้อยละ 9 ท่ามกลาง สถานการณ์ท่องเที่ยวที่เผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม จากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่ลดลงร้อยละ 10 ตามราคาน้ำมันโลก ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วย (“CASK”) ลดลงร้อยละ 5 อยู่ที่ 1.76 บาท บริษัทจึงรายงานกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 7,835.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 2,336.2 ล้านบาท ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2,541.9 ล้านบาท ตามการแข็งค่าของเงินบาทตลอดทั้งปี ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 302.7 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2568 TAA ขนส่งผู้โดยสารรวม 21.0 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 โดยมีอัตราส่วนขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยร้อยละ 83 จากปริมาณที่นั่งที่ให้บริการ 25.2 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 โดยสิ้นปีมีฝูงบินรวม 62 ลำ และใช้เครื่องปฏิบัติการบิน 59 ลำ โดยในปี 2568 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะภาพรวมตลาดจีนที่ชะลอตัว ซึ่งสายการบินได้ปรับกลยุทธ์เน้นความเป็นผู้นำในตลาดภายในประเทศ จนสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ร้อยละ 41