![]()
บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด คว้ารางวัลองค์กรที่เป็นที่สุดด้านการส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (The Most Impactful) จากเวที Future Trends Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อยกย่ององค์กรและผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน นำเทรนด์มาใช้อย่างสร้างสรรค์ และสร้างประโยชน์ต่อการเติบโตในทุกภาคส่วนของสังคม สะท้อนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนขององค์กรในฐานะบริษัทพลังงานระดับโลกที่มุ่งขับเคลื่อนสังคมในทุกมิติ ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายธนโชติ วิสุทธิสมาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลค์มี จำกัด เป็นประธานในพิธี โดยมี นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “เชฟรอนเชื่อว่า การดำเนินธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ เมื่อผู้คนและชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน โดยรางวัล The Most Impactful เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเชฟรอนตลอดกว่า 6 ทศวรรษ ในการเดินหน้าพันธกิจจัดหาพลังงานที่สะอาดขึ้น อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวให้กับประเทศ โดยไม่ได้มองเพียงการเติบโตในมิติขององค์กร แต่เราเชื่อว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต้องเดินไปด้วยกัน ซึ่งเชฟรอนภูมิใจที่ได้มีโอกาสร่วมเดินเคียงคู่สังคมไทย พร้อมสานความแข็งแกร่งของพลังคนจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

รางวัลองค์กรที่เป็นที่สุดด้านการส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (The Most Impactful) อยู่ภายใต้รางวัลประเภทองค์กรแห่งอนาคตที่เป็นที่สุดในด้านต่างๆ (The Future Corporate Awards) ซึ่งเป็น 1 ใน 4 สาขารางวัลจากเวที Future Trends Awards 2026 โดยรางวัลดังกล่าว ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเชฟรอนในฐานะบริษัทพลังงานที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรด้วยวิสัยทัศน์แห่ง
อนาคต ผ่านการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตในปัจจุบัน ทั้งในด้านเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดการปล่อยคาร์บอน โดยเชฟรอนตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 ผ่านกลยุทธ์ Lower Carbon Strategy นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้วยความเชื่อมั่นว่าพลังของคนคือหัวใจสำคัญ ขณะเดียวกัน เชฟรอนยังมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านโครงการเพื่อชุมชนกว่า 50 โครงการต่อปี ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา ตลอดจนส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเชฟรอนยังคงไม่หยุดยั้งในการผนึกความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมพลังงาน พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และเติบโตไปด้วยกัน
