![]()
“พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนขยะเป็นน้ำมัน ทางเลือกฝ่าวิกฤตพลังงาน” ส.กทอ. ชูโมเดลจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจร ม.เทคโนฯ สุรนารี
สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) โชว์ผลสำเร็จ “โครงการนําร่องการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์” ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ดึง 4 องค์กรปกครองท้องถิ่นในจ.นครราชสีมาเข้าร่วมนำเทคโนโลยีกู้วิกฤตปัญหาขยะล้นเมือง ชี้ผลลัพธ์ที่ได้ยังต่อยอดนำขยะพลาสติกไปผลิตเป็นน้ำมันและไฟฟ้าได้ด้วย เป็นอีกทางเลือกช่วยกู้วิกฤตพลังงาน ต่อยอดให้ภาคเกษตรกรรมและขนส่งได้ใช้น้ำมันราคาถูกท่ามกลางความผันผวนจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง


วันนี้ (24 มี.ค. 2569) นายอัมรินทร์ วงษ์พันธุ์ รองผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ได้นำคณะสื่อมวลชน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ส.กทอ. ลงพื้นที่เพื่อศึกษา “โครงการนําร่องการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ (Decentralized – Integrated Solid Waste Management System)” ที่มหาวิทยาเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จ.นครราชสีมา โดยโครงการได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 588,425,000 บาท เพื่อส่งเสริมสาธิตนําร่องขยายผลเทคโนโลยีการจัดการขยะแบบครบวงจรของ มทส. ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ที่ประสบปัญหาวิกฤตด้านการจัดการขยะ และมีความพร้อมรับเทคโนโลยีและพร้อมบริหารจัดการระบบอย่างยั่งยืน
โดยมี อปท. นําร่อง 4 อําเภอหลักคือ เทศบาลเมืองสีคิ้ว เทศบาลเมืองเมืองปัก เทศบาลตําบลด่านขุนทด และเทศบาลตําบลแชะ
กรณีศึกษาของโครงการจัดการขยะชุมชนของ มทส. มีการใช้เทคโนโลยีบําบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเชิงกลชีวภาพ หรือ SUT-MBT (Mechanical and Biological Treatment Technology : Suranaree University of Technology) สามารถกำจัดขยะได้ อปท. แห่งละ 25 ตันต่อวัน รวม 100 ตันต่อวัน และยังมีผลลัพธ์ที่ได้เป็นเชื้อเพลิง RDF (Refuse-derived Fuel) ที่มีค่าความร้อนสูง เมื่อนำมาผ่านระบบไพโรไลซิสสามารถแปรรูปขยะพลาสติกเป็นผลิตน้ำมันไพโรไลซิส ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินได้
ทั้งนี้ โครงการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกเป็นทางเลือกในการแก้วิกฤตพลังงานในปัจจุบัน ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรในรูปแบบกระจายศูนย์ โดยผสานเทคโนโลยี MBT ที่สามารถคัดแยกและแปรรูปขยะมูลฝอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมผลิตเชื้อเพลิงขยะ RDF ทั้งในรูปแบบเชื้อเพลิงพลาสติก (RDF-3) และเชื้อเพลิงผสม (Reject) เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า หรือนำไปผลิตเป็นน้ำมัน ไพโรไลซิสด้วยเทคโนโลยีการเผาแบบไร้อากาศ หรือ เทคโนโลยีไพโรไลซิสที่สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินใช้ในภาคเกษตร ภาคขนส่งได้ ทั้งนี้ เทคโนโลยีไพโรไลซิส สามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณ 4-5 ตัน/วัน ให้กลายเป็นน้ำมันดิบได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคขนส่งได้จริง
ในมิติของนโยบาย โครงการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกเป็นทางเลือกในการแก้วิกฤตพลังงานในระดับประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงสถานการณ์ผันผวนของตลาดโลก หากมีการขยายผลผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. ที่มีอยู่ประมาณ 8,000 แห่งทั่วประเทศ จะสามารถกระจายโอกาสในการเข้าถึงพลังงานไปยังระดับชุมชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ต้องการพลังงานต้นทุนต่ำ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาขยะสะสม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกเชิงยุทธศาสตร์ในการรับมือวิกฤตพลังงานอย่างยั่งยืน



สำหรับประสิทธิภาพเชิงนวัตกรรมที่สำคัญของเทคโนโลยี SUT-MBT อาทิ
• การลดความชื้นเร่งด่วน: สามารถลดความชื้นของขยะสดจาก 60% ให้เหลือต่ำกว่า 30% ได้ภายใน
15-30 วัน ซึ่งเร็วกว่าการหมักตามธรรมชาติ แก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นและแมลงพาหะนำโรค
• การผลิตเชื้อเพลิงคุณภาพสูง (RDF): ขยะที่ผ่านกระบวนการจะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel) ที่มีค่าความร้อนสูง เหมาะสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า
• วัสดุปรับปรุงดิน: ผลพลอยได้จากการคัดแยกส่วนอินทรีย์สารจะถูกนำมาผลิตเป็นปุ๋ยคืนสู่ภาคการเกษตรในพื้นที่ เป็นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับสู่ชุมชน 100%
• ระบบไพโรไลซิส (Pyrolysis Technology): นอกเหนือจากเชื้อเพลิงแข็ง (RDF) โครงการนี้ยังนำขยะพลาสติก 4-5 ตัน มาผ่านกระบวนการเผาแบบไร้อากาศที่อุณหภูมิ 300-500 องศา เพื่อผลิตเป็นน้ำมัน ไพโรไลซิสได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคการเกษตรสำหรับเครื่องจักรทางการเกษตร ภาคขนส่งหรืออุตสาหกรรมได้
• โรงไฟฟ้าพลาสมาแก๊สซิฟิเคชั่น: เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีการเผาไหม้ที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูง เพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 1.2 เมกะวัตต์ โดยใช้เชื้อเพลิงจากขยะ RDF ที่โครงการผลิตขึ้นเอง ถือเป็นการสร้างระบบพึ่งพาตนเองด้านพลังงานที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของไทย



ปัจจุบันโครงการนําร่องการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ทั้ง 4 ศูนย์ ช่วยบรรเทาแก้ปัญหาวิกฤติขยะจังหวัดนครราชสีมาได้กว่า 180 ตัน/วัน หรือกว่า 21,600 ตัน (ข้อมูลนับตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2560 – กันยายน 2560)
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้จัดทําระบบการบริหารจัดการโรงงาน พร้อมจัดอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยีเตรียมความพร้อมให้แก่ เจ้าหน้าที่ของ อปท. ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และได้วางแผนการบริหารจัดการธุรกิจการบริหารผลพลอยได้ หรือผลิตภัณฑ์ เชื้อเพลิง RDF ปุ๋ยอินทรีย์หรือวัสดุปรับปรุงดิน ในลักษณะวิสาหกิจชุมชน และในรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม พร้อมคอยกํากับและให้คําปรึกษา ในการควบคุมคุณภาพของผลผลิตของผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง RDF และ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตได้จากระบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานเป็นระยะ
“โครงการที่ มทส. นี้คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ ซึ่งทิศทางการจัดสรรงบประมาณปี 2569 ของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ยังคงมุ่งเน้นการสนับสนุนโครงการที่มีลักษณะเป็นต้นแบบความสำเร็จ และมีแผนการบริหารจัดการที่ยั่งยืนเช่นนี้ โดยจะมีการพิจารณาโครงการอย่างเข้มข้นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป”