![]()
ทางสะดวก เศรษฐกิจพุ่ง! “ท่าศาลา – นบพิตำ” โฉมใหม่ 4 ช่องจราจร เชื่อมทะเลสู่ขุนเขา กรมทางหลวงยกระดับ ทล.4140 เสริมศักยภาพโลจิสติกส์ พัฒนาเศรษฐกิจ หนุนท่องเที่ยวภาคใต้

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 4140 สาย อ.ท่าศาลา – อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมให้มีมาตรฐานสูง รองรับการเดินทาง การขนส่ง และการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย โดยโครงการนี้ถือเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ จากชายฝั่งทะเลสู่แหล่งทรัพยากรและธรรมชาติในพื้นที่ตอนในของจังหวัด สร้างโอกาสใหม่ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4140 ดำเนินการช่วง กม.4+125 – กม.21+650 ระยะทาง 17.52 กิโลเมตร โดยขยายจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร (ไป–กลับข้างละ 2 ช่องจราจร) ใช้งบประมาณกว่า 800 ล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณจราจรและยกระดับประสิทธิภาพการคมนาคมในพื้นที่ ก่อสร้างผิวทางคอนกรีตชนิด Joint Plain Concrete Pavement (JPCP) ที่มีความแข็งแรง ทนทาน ช่วยให้การจราจรไหลลื่น ลดการชะลอและเร่งความเร็ว ส่งผลให้ประหยัดเวลาและพลังงาน โดยผิวจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร พร้อมไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ติดตั้งเกาะกลางแบบกำแพงกั้น รวมทั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายและสัญญาณจราจรอย่างครบถ้วนตลอดเส้นทาง
ทางหลวงสายนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงพื้นที่ชายฝั่งทะเลใน อ.ท่าศาลา สู่พื้นที่ภูเขาและแหล่งธรรมชาติใน อ.นบพิตำ โดยเชื่อมต่อพื้นที่สำคัญทั้งด้านการศึกษาและสาธารณสุข เช่น มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ตอนบน อีกทั้งยังเป็นเส้นทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียง ได้แก่ น้ำตกกรุงชิง ทะเลหมอกกรุงชิง และกิจกรรมล่องแก่งคลองกลาย รวมถึงสามารถเชื่อมต่อไปยัง แหล่งท่องเที่ยวสายศรัทธาอย่างวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) อ.สิชล ได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันเส้นทางดังกล่าว ยังรองรับการขนส่งในพื้นที่เกษตรกรรมและเหมืองแร่ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประชาชนในพื้นที่
ปัจจุบันโครงการได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ช่วยยกระดับศักยภาพของพื้นที่ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ รองรับการขนส่งแร่และผลผลิตทางการเกษตรให้รวดเร็ว ลดต้นทุน และลดความเสียหายของสินค้า ขณะเดียวกันยังช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน ตลอดจนเสริมการเชื่อมโยงโครงข่ายเศรษฐกิจในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ในด้านการท่องเที่ยว เส้นทางที่สะดวกและปลอดภัยมากขึ้นช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งธรรมชาติใน อ.นบพิตำได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดการเติบโตของการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจึงเป็นมากกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นการเชื่อม “ทะเล” สู่ “ขุนเขา” ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน