![]()
รฟท. ลุยปรับแบบรถไฟสายสีแดง (Missing Link) หลังเปิดรับฟังความคิดเห็น เดินหน้าปรับย้ายจุดก่อสร้างสถานีราชวิถี และเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรามาธิบดี” พร้อมผุด Sky Walk เชื่อมต่อ “รพ.รามาธิบดี” อำนวยความสะดวกประชาชน คาดเริ่มก่อสร้างต้นปี 2573
เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดรับฟังความคิดเห็นประชาชน โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ส่วนต่อขยาย (Missing Link) (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) กรณีการปรับย้ายจุดก่อสร้างสถานีราชวิถีและเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรามาธิบดี” พร้อมสร้าง Sky Walk เชื่อมต่อโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน ยกระดับการเดินทางของผู้ใช้บริการและสถานที่สำคัญในพื้นที่ โดยมีผู้แทนหน่วยราชการ หน่วยงานสังกัดกรุงเทพมหานคร รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมในการรับฟังและให้ข้อคิดเห็นต่อโครงการ ณ ห้องแซฟไฟร์ 1 – 2 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ


นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในที่ประชุม ว่า การจัดประชุมครั้งนี้ เป็นการสรุปผลการศึกษาการปรับรายละเอียดโครงการระบบรถไฟ ชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ – พญาไท – มักกะสัน – หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ – หัวลำโพง หรือ Missing Link เนื่องจากปัจจุบันสภาพภูมิประเทศทางกายภาพได้เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการทบทวนผลการศึกษา ทั้งในด้านความเหมาะสม รูปแบบโครงการใหม่ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติดำเนินโครงการฯ สามารถพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนระบบรางให้เป็นไปตามแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนระบบรางในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของจากทุกภาคส่วน หลังจากที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ไปแล้ว โดยสรุปผลการศึกษาในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ ประกอบด้วย
1. การเปลี่ยนตำแหน่งและชื่อสถานีราชวิถี โดยการย้ายจุดก่อสร้างสถานีมายังทิศใต้ของแยกอุภัยเจษฎุทิศ และเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีรามาธิบดี” โดยตั้งอยู่ระหว่างถนนสวรรคโลกและถนนกำแพงเพชร 5 (ห่างจากจุดเดิมประมาณ 100 เมตร) พร้อมทั้งก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้าม (Sky Walk) เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับพื้นที่โรงพยาบาลรามาธิบดี นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับโครงการก่อสร้างสะพานลอยทางเดินของกรุงเทพมหานคร บริเวณแยกตึกชัยไปจนถึงแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่กำลังก่อสร้างในขณะนี้ ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขและระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไร้รอยต่อ
2. รูปแบบโครงสร้างทางรถไฟเป็นแบบคลองแห้ง (Open Trench) 3. ลักษณะสถานี เป็นสถานีที่เป็นรูปกล่อง (Cut-and-Cover Station Box) ประกอบด้วย ชั้นชานพักผู้โดยสาร (Concourse) ชั้นชานชาลา (Platform) หลังคาสูง 5.5 เมตร 3. สถานีใต้ดิน แบบ 2 ชั้น โดยให้ชั้นบนเป็นทางวิ่งของสายเหนือ-ใต้ (North-South) และชั้นล่างเป็นทางวิ่งสายตะวันออก-ตะวันตก (East-West) และเผื่อพื้นที่ด้านข้างไว้ให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการ Airport Rail Link ส่วนต่อขยายในอนาคต ที่จะต้องวางโครงสร้างไว้ใต้ดินเช่นเดียวกัน



นายอรรถพล กล่าวเพิ่มว่า ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสถานีราชวิถีของโครงการดังกล่าว อาจทำให้ลักษณะของผลกระทบที่เคยศึกษาไว้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยการรถไฟฯ จึงได้จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการนำข้อคิดเห็นที่ได้รับจากประชาชนเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน ดังนี้
1. สร้างแนวกำแพง (Barrier) ล้อมรอบพื้นที่กองเก็บดินที่เกิดจากการขุดเปิดหน้าดินและจัดให้มีร่องน้ำและบ่อกักเก็บน้ำขนาดเพียงพอ เพื่อรองรับน้ำที่เกิดจากการก่อสร้าง เพื่อป้องกันการทรุดตัวของดินและการชะล้างพังทลายของดิน
2. ติดตั้งรั้วทึบความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 1.0 เมตร และฉีดพรมน้ำเป็นช่วง ๆ รอบบริเวณก่อสร้าง และปิดคลุมท้ายรถบรรทุกที่ใช้บรรทุกดิน หิน และวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างด้วยผ้าใบให้มิดชิด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง
3. แจ้งตารางเวลาทำงานให้พื้นที่ได้รับทราบล่วงหน้า รวมถึงติดตั้งเครื่องตรวจวัดระดับเสียงและความสั่นสะเทือนแบบ Real-time ตลอดช่วงการก่อสร้างโครงการ หลีกเลี่ยงการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดเสียงดังในช่วงเวลากลางคืน รวมทั้งใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและวิธีการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดเสียงน้อยที่สุด
4. การเบี่ยงช่องจราจร และปิดกั้นการจราจรขณะเข้าและออกจากบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง จัดให้มีระยะเข้าออกอย่างเพียงพอ เพื่อให้การจราจรผ่านบริเวณพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกไม่ติดขัดและไม่เกิดอุบัติเหตุ มีศูนย์ประชาสัมพันธ์และประสานงานตำรวจจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกในพื้นที่ก่อสร้าง รวมถึงประชาสัมพันธ์เรื่องเส้นทางลัด ทางเลี่ยง วันและเวลาการปิดถนนในเวลากลางคืน การเพิ่มช่องจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน (Reversible Lanes) ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็นในทิศทางที่มีการจราจรมากกว่าในทิศทางตรงกันข้าม และเพิ่มช่องจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนให้สัมพันธ์กับความต้องการในการเดินทาง ตลอดจนดำเนินการคืนสภาพผิวจราจรทันทีเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ
5 แจ้งการดำเนินการรื้อย้ายสาธารณูปโภคให้พื้นที่และผู้ใช้เส้นทางได้รับทราบล่วงหน้า พร้อมทั้งปรับปรุงท่อระบายน้ำและปรับปรุงผิวถนนควบคู่กัน ปิดกั้นขอบเขตที่ชัดเจนในบริเวณที่ทำการรื้อย้าย รวมทั้งติดตั้งสัญญาณเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ติดตั้งรั้วชั่วคราวบริเวณที่มีการก่อสร้างผนังกันดิน (D-Wall) โดยกำหนดระยะห่าง 1 เมตร จากขอบนอกของ D-Wall รวมทั้งใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในพื้นที่ก่อสร้างใกล้เคียง ตั้งอยู่ระยะห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร และจัดตำแหน่งของสาธารณูปโภคและสาธารณูปการภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ
ที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งการสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมปฐมนิเทศโครงการ และการประชุมกลุ่่มย่อยในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่อผลการศึกษาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบสถานีและสิ่งอำนวยความสะดวก แผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลา ผลกระทบต่อพื้นที่ในระยะก่อสร้างและระยะเปิดดำเนินการโครงการ รวมทั้งมาตรการสิ่งแวดล้อมและมวลชนสัมพันธ์ เพื่อให้รายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
โดยหลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสร็จเรียบร้อยแล้ว รฟท. จะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปศึกษาและขออนุมัติก่อสร้างโครงการ คาดว่าจะสามารถนำเสนอ ครม. อนุมัติโครงการได้ในปี 2571 จากนั้น จะจัดทำร่าง TOR และราคากลาง พร้อมประกวดราคาในปี 2572 เริ่มก่อสร้างปี 2573 (ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี) และเปิดให้บริการในปี 2578