![]()
“ทางหลวง” พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางช่วงสงกรานต์ 69 บูรณาการมาตรการบริหารจัดการใน 4 มิติ คาดมีปริมาณจราจรเข้า-ออก กว่า 9 ล้านคัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์บริหารจัดการจราจร (Highway Traffic Operations Center : HTOC) กรมทางหลวง เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีปริมาณการเดินทางสูงที่สุดของปี โดยได้กำชับให้กรมทางหลวงบริหารจัดการจราจรยกระดับการทำงานเชิงรุก มองปัญหาล่วงหน้า ป้องกันความเสี่ยง และดูแลประชาชนให้ครอบคลุมตลอดเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นการเดินทางที่มีความปลอดภัย มีความพร้อมสอดคล้องกับแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคม ซึ่งมุ่งให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าหมายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงจำนวนผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคมไม่น้อยกว่าร้อยละ 5


โดยศูนย์บริหารจัดการจราจร (HTOC) มีบทบาทสำคัญในการดูแลโครงข่ายทางหลวงของประเทศ พร้อมบริหารจัดการจราจรโดยใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time) เพื่อติดตามวิเคราะห์สภาพการจราจรกำหนดมาตรการแก้ไขสถานการณ์ปัญหาการจราจรสะสมได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลให้ปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง รอบคอบ และยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนเดินทางถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ทล.ได้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10 – 19 เมษายน 2569 (รวม 10 วัน) โดยทล.ได้บูรณาการมาตรการบริหารจัดการใน 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 ด้านการเตรียมความพร้อม: บำรุงรักษาผิวทาง ซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่าง สัญญาณไฟจราจร ป้ายเตือนต่าง ๆ รวมถึงตัดแต่งกิ่งไม้และทำความสะอาดป้ายจราจรให้เด่นชัด พร้อมใช้งาน มิติที่ 2 ด้านการอำนวยความปลอดภัย: วิเคราะห์ข้อมูลสถิติเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แก้ไขจุดเสี่ยง ปิดจุดกลับรถและทางร่วมทางแยกที่อันตราย พร้อมบูรณาการร่วมกับกองบังคับการตำรวจทางหลวงในการกวดขันวินัยจราจร มิติที่ 3 ด้านการอำนวยความสะดวก: จัดตั้งจุดให้บริการทั่วไทย 127 แห่ง, จุดพักรถ 174 แห่ง, หน่วยเคลื่อนที่เร็ว 570 หน่วย และจุดบริการห้องน้ำ 662 แห่ง พร้อมคืนพื้นผิวจราจรในพื้นที่ก่อสร้าง
รวมถึงได้มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมผ่านทาง 7 วัน (10-16เม.ย. 69) บนมอเตอร์เวย์ 3 สายทาง ได้แก่ M7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด), M9 (บางปะอิน-บางพลี และ พระประแดง-บางขุนเทียน) และ M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) และเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ 2 สายทาง ได้แก่ M6 (บางปะอิน-นครราชสีมา) และ M82 (บางขุนเทียน-เอกชัย) มิติที่ 4 ด้านการรายงานเหตุ: จัดตั้งระบบรายงานเหตุด่วน เหตุฉุกเฉิน และอุบัติภัย ให้ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบแบบเรียลไทม์ เพื่อสั่งการและเข้าช่วยเหลือได้ทันที
อย่างไรก็ตาม ทล.คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จะมีปริมาณจราจรเข้า-ออกกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 9,764,041 คัน โดยคาดว่าประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางออกตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 10 เม.ย. 69 ส่วนขากลับคาดว่าจะเริ่มทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันที 14 เม.ย. 69 พร้อมขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้ทางวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากนี้ทล.ได้รณรงค์ให้ประชาชนขับขี่อย่างปลอดภัยควบคู่กับการประหยัดพลังงาน โดยขอความร่วมมือใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและช่วยลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ

ขณะที่ พ.ต.อ. สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่าในการบริหารจราจรนั้นจะทำการเปิดช่องทางพิเศษและ ปิดทางแยก แบ่งเป็นขาออกจากกรุงเทพ จำนวน 9 เส้นทาง (9 – 13 เม.ย. 69) และขาเข้ากรุงเทพ จำนวน10 เส้นทาง (14- 19 เม.ย. 69) พร้อมจัดเตรียมโดรนในการสำรวจสภาพการจราจรและอุบัติเหตุบนทางหลวง ในส่วนของการกวดขันวินัยจราจรได้มีกล้องตรวจจับความเร็ว กล้องตรวจจับฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
หากประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่ววนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193