![]()
“สิริพงศ์” ยกระดับความปลอดภัยภาคขนส่งเทียบเท่าการบิน หนุนใช้รถอีวี-ไฮบริด ด้วนเคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่ พร้อมเร่งจัดระเบียบรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันให้เสร็จใน 4 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 เม .ย. ที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกรมการขนส่งทางบก ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กำกับดูแลกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่สำคัญของทั้งรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยมี นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และคณะผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตนได้มอบนโยบายและเน้นย้ำแนวทางสำคัญในการยกระดับการขนส่งทางบก โดยเฉพาะการดูแลมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนให้ผู้ประกอบการขนส่งและผู้ประกอบการขับขี่ใน 6 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้านการขนส่งทางบกเร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบางเพื่อลดภาระค่าครองชีพอย่างตรงจุด ควบคู่กับการเตรียมแผนบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อรองรับความผันผวนของสถานการณ์โลก
โดยขบ.ได้รายงานว่า ขณะนี้มียอดการลงทะเบียนที่เป็นผู้ประกอบการ 55,217ราย และรถ 206,529 คัน จากทั้งหมดประมาณ 400,000-500,000 ราย แต่พบข้อจำกัดในบางเรื่อง เช่น รถรับจ้างต้องมีสัญญาจ้าง แต่บางส่วนไม่เปอดเผยสัญญา จึงไม่ขอรับสิทธิ์ เป็นต้น แต่ภาพรวมถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี ทั้งนี้ซึ่งจะครบกำหนดที่เปิดให้ลงเบียนในวันที่ 24 เม.ย.นี้ และจะไม่มีการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเพิ่ม เพราะเคยขยายเวลาให้มาแล้ว.
รวมถึงให้เร่งศึกษาแนวทางการกำหนด “กลไกคำนวณอัตราค่าโดยสารอัตโนมัติ” ที่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสูงสุดต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสาร พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานให้ความสำคัญกับการสื่อสารเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเข้าถึงประชาชนในทุกมิติ
2. ด้านการสนับสนุนพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน โดยเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นระบบ และศึกษาแนวทางการให้สิทธิประโยชน์เชิงรุก เช่น การยกเว้นภาษีรถประจำปีสำหรับรถ EV ใหม่สูงสุด 5 ปี การปรับลดภาษีเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ให้บริการแท็กซี่ EV และการออกแบบแผ่นป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถ EV รวมถึงการพิจารณาครอบคลุมถึงรถยนต์ไฮบริด (HEV) เพื่อรักษาสมดุลของฐานการผลิตยานยนต์ในประเทศ รวมถึงการส่งเสริม ให้รถแท็กซี่เปลี่ยนรถจากรถที่ใช้น้ำมันมาเป็นรถอีวีด้วยแคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่ โดยจะหารือเรื่องนี้กับกระทรวงการคลังก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป



นอกจากนี้ ให้เร่งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขข้อจำกัดในการใช้รถ EV อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านเบี้ยประกันภัยที่มีราคาสูงและการซ่อมบำรุง ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP มาพัฒนาเป็นสถานีอัดประจุไฟฟ้า ตลอดจนเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของกรมการขนส่งทางบก และสถานตรวจสภาพรถเอกชนให้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบแบตเตอรี่และการตรวจสภาพรถ EV เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในทุกขั้นตอนการให้บริการ
3. ด้านมาตรการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน มุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยในระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นมาตรฐานระดับสูงเทียบเท่าอุตสาหกรรมการบิน โดยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายและกำหนดให้มีมาตรการแนะนำข้อมูลความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารก่อนการเดินทางทุกครั้ง
ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้บูรณาการการกำกับดูแลรถบรรทุก ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบการตรวจสภาพรถให้มีความสะดวกและรวดเร็ว เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ โดยยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดในการสงวนสิทธิ์ใบอนุญาตขับรถสาธารณะสำหรับคนไทยเท่านั้น
4. ด้านการยกระดับรถโรงเรียนมาตรฐานสากลให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพและเพิ่มความเข้มงวดความปลอดภัยของเยาวชนเป็นวาระเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการรถรับส่งนักเรียนที่ยังอยู่นอกระบบ ให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้รถทุกคันผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ฉุกเฉินในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับรถทัศนศึกษา
5. ด้านการกำกับดูแลรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันอย่างเป็นระบบ กำหนดเป้าหมายเร่งด่วนในการจัดระเบียบรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 4 เดือน ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่มุ่งเน้นความสะดวกในการเดินทาง และมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ ตลอดจนเป็นการลดข้อจำกัดและบรรเทาภาระของผู้ขับขี่ที่ต้องการหารายได้เสริม ให้สามารถประกอบอาชีพภายใต้กรอบของกฎหมายได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
6. ด้านการต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลภาครัฐ (Digital Government) มุ่งเดินหน้าพัฒนาการให้บริการประชาชนสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยริเริ่มนำเทคโนโลยีเครื่องจำลองการขับขี่ (Simulator) ที่มีความสมจริงระดับสูง มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทดสอบและประเมินศักยภาพผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้ผลการประเมินมีความแม่นยำ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้นำเทคโนโลยีมาบูรณาการเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานในทุกมิติ โดยมุ่งลดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อน อันจะนำไปสู่การให้บริการประชาชนที่รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นมิตรต่อประชาชนอย่างแท้จริง