ขร. ร่วมกับ JICA สานนโยบายรถไฟฟ้า เร่งกำกับการให้บริการ-ยกระดับคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย

Loading

ขร. ร่วมกับ JICA สานนโยบายรถไฟฟ้า เร่งกำกับการให้บริการ-ยกระดับคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัย มุ่งเป้าสร้าง “สังคมระบบขนส่งสาธารณะ” ที่ยั่งยืนภายใต้ พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569  ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) จัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาทางเทคนิค (The 3rd Technical Advisory Committee : TAC) ครั้งที่ 3 ณ ห้องประชุมมนังคสิลา ชั้น 2 ขร. เพื่อพิจารณาร่างนโยบายการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าในอนาคต (Future Urban Railway Policy) ภายใต้แผนแม่บท M – MAP 2 โดยมุ่งเน้นการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ในการกำกับดูแลผู้ให้บริการและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้โดยสาร โดยมี นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายอธิภู จิตรานุเคราะห์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ ภาคเอกชน รวมถึงหน่วยงานให้บริการเดินรถไฟฟ้า เข้าร่วมประชุม

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคลากรสำคัญจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายไทยและญี่ปุ่น โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่ปรึกษาพิเศษ JICA สำนักงานประเทศไทย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุบัติเหตุรถไฟขนส่งสินค้าชนรถเมล์โดยสารเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมย้ำเตือนให้ตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเป็นอันดับแรก

อีกทั้งเน้นย้ำถึงกรอบความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ภายใต้แผน M – MAP 2 ใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายโครงข่ายเพื่อลดความแออัดในพื้นที่เมืองชั้นใน การเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อระหว่างระบบราง รถประจำทาง และเรือ และการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (TOD) โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางผ่าน 5 มิติสำคัญ (5T) คือ Tracks (ทางรถไฟ), Terminal Stations (สถานีปลายทาง), Trains (ขบวนรถไฟ), Ticketing (ระบบตั๋ว) และ TOD เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

นายพิเชฐ เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการหารือในวันนี้คือการยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และการบริหารจัดการ ผ่านการใช้อำนาจในการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้นตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยสูงสุด

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การสร้างทางรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แต่คือการกำกับดูแลให้ระบบที่มีอยู่เดิมและที่จะเกิดขึ้นใหม่ มีมาตรฐานการบริการที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง กรมการขนส่งทางรางพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “องค์กรกำกับดูแล (Regulator)” เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนและการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการมุ่งสู่การเป็นฟันเฟืองหลัก ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรางของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล