![]()
ครม. เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการร่วมไทย–ออสเตรเลีย 4 ปี(2569-2572) ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ครอบคลุมความมั่นคง–เศรษฐกิจ–พลังงานสะอาด พร้อมจับมือสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ เตรียมลงนาม MOU ในโอกาสเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี วันที่ 17–20 ส.ค.69

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันนี้ (11 ส.ค.2569) เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ค.ศ. 2026–2029 (พ.ศ.2569- 2572) เพื่อเป็นกรอบขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศในระยะ 4 ปี พร้อมเห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมอีก 2 ฉบับ ว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์สำคัญจากการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 17–20 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่เป็นการสานต่อความร่วมมือภายหลังแผนฉบับ ค.ศ. 2022–2025 สิ้นสุดลง โดยครอบคลุมความร่วมมือ 5 ด้านหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจและการค้า ความร่วมมือรายสาขา ความเชื่อมโยงระดับประชาชน ตลอดจนความร่วมมือระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค
ในด้านการเมืองและความมั่นคง จะครอบคลุมทั้งความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงรูปแบบใหม่ ธรรมาภิบาล และเทคโนโลยีสำคัญ ขณะที่ความร่วมมือรายสาขาจะขยายไปสู่เกษตร การศึกษา การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการภัยพิบัติ ความเท่าเทียมทางเพศ และสวัสดิการสังคม
สำหรับร่างแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติ ไทยและออสเตรเลีย จะยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างภูมิภาคอินโด–แปซิฟิกที่สงบสุขและมั่นคง พร้อมกระชับความร่วมมือในการรับมือภัยอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน ผ่านการประสานงานระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศและความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน
ส่วนร่างแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จะมุ่งส่งเสริมการเติบโตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีที่เข้มแข็ง
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลงนามในแผนปฏิบัติการร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย และเห็นชอบให้นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียร่วมประกาศและ/หรือลงนามในแถลงการณ์ร่วมทั้ง 2 ฉบับ ระหว่างการเยือนดังกล่าว
สำหรับ เอกสารทั้ง 3 ฉบับเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองของไทยและออสเตรเลียในการยกระดับความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ร่วมพิจารณาแล้วว่าเนื้อหาสอดคล้องกับนโยบายและผลประโยชน์ของประเทศ และสามารถดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ในปัจจุบัน