![]()
คมนาคม เร่งเพิ่ม Auto Gate สนามบินสุวรรณภูมิเป็น 33 สัญชาติ แก้ปัญหาคอขวดขาเข้า คาดไฮซีซั่น ผู้โดยสารเฉลี่ย 1 แสนคนต่อวัน ศึกษาเปิดช่องตรวจคนเข้าเมืองอาคาร SAT-1 ระยะยาวเร่งลงทุน East Expansion อาคารผู้โดยสารทิศใต้ ทางวิ่งเส้นที่ 4

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมคณะนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหาร ทอท. ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการ เพื่อยกระดับศักยภาพระบบคมนาคม ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นางศุภจี กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้ที่มีมูลค่าสูงและต้องการทำให้รายได้นี้มีความมั่นคง การลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในครั้งนี้ เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาการให้บริการและลดความแออัดของผู้โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะผู้โดยสารขาเข้า พร้อมกันนี้ยังได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภุมิ ในระยะกลางและระยะยาวร่วมกัน เพื่อยกระดับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้การเร่งแก้ปัญหาความแออัดของผู้โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นเป็น จุดเริ่มต้นในการยกระดับการท่องเที่ยวของประเทศ โดยไม่เน้นเฉพาะเพียงแค่ปริมาณของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่จะต้องคำนึงถึงมิติอื่น ๆ ควบคู่กันไป ได้แก่ ความปลอดภัย ความมั่นใจ การยืดระยะเวลาการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศให้นานขึ้น และส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่ายต่อรายที่สูงขึ้น
นางศุภจี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาความแออัดของผู้โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในระยะสั้น ตนสนับสนุนข้อเสนอของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ในการเพิ่มจำนวนสัญชาติที่จะผ่านช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control) เพื่อช่วยให้การผ่านกระบวนการรวดเร็วยิ่งขึ้น



พร้อมส่งเสริมแนวคิดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในการจัดกิจกรรมนันทนาการบริเวณพื้นที่พักคอย เพื่อเยียวยาความรู้สึกของผู้โดยสารที่ต้องยืนรอคิว ไม่ให้รู้สึกว่ารอคิวนานเกินไป เช่น การแสดงโขน การแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ และดนตรีพื้นบ้าน และตนยังได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมประสานกับสายการบินต่าง ๆ ในการช่วยดูแล และเร่งกระบวนการขนส่งกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารหลังผ่าน ตม. ให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม โดยนายสิริพงษ์ รมช. คมนาคม ร่วมศึกษาแนวทางเชิงกายภาพร่วมกับ ทอท. ในการเปิดจุดตรวจ ตม. และสร้างสะพานเชื่อมทางเดินที่อาคารเทียบเครื่องบินรอง (SAT-1) เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถตรวจผ่านและไปรับกระเป๋าเดินทางได้ทันทีโดยไม่ต้องย้อนกลับมารวมที่คอขวดโถงกลาง
เร่งพัฒนา “สุวรรณภูมิ” ขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การลดระยะเวลากระบวนการการตรวจคนเข้าเมืองให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือร่วมกันในการแก้ไขระยะสั้น รวมทั้งแผนระยะกลางและระยะยาว เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นประตูแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้โดยสาร 62.90 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 370,823 เที่ยวบิน และในปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 61.85 ล้านคน และมีเที่ยวบิน 368,959 เที่ยวบิน

สำหรับการแก้ปัญหาความแออัดและอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ทั้งขาเข้าและขาออก ซึ่ง ทอท. มีแผนดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่เช็กอินสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ และผู้โดยสารที่มาถึงสนามบินล่วงหน้า ขนาดพื้นที่ประมาณ 2,250 ตารางเมตร โดยสามารถรองรับที่นั่งผู้โดยสารประมาณ 610 ที่นั่ง พร้อม CUSS Kiosk 18 จุดและเคาน์เตอร์เช็กอิน 8 จุด
รวมทั้งพื้นที่สำหรับ Repack กระเป๋า จุดประชาสัมพันธ์ จุดรักษาความปลอดภัย ร้านค้า จุดคืนภาษี จุดเติมน้ำดื่ม จุดชาร์จ และห้องสูบบุหรี่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการยกระดับการให้บริการและเพิ่มความสะดวกสบายแก่ นักท่องเที่ยวจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ในระยะยาวทอท.มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ทสภ. เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 70 ล้านคนต่อปี มีระยะเวลาก่อสร้าง ปี 2570 – 2574
การขยายศักยภาพด้านทิศใต้ของท่าอากาศยาน จะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทิศใต้ (South Terminal) ที่จะสามารถรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างระหว่างปี 2572 – 2578 ด้านการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานในระยะที่ 2 จะเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินเป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเปิดใช้งานปี 2583
อัปเกรดระบบ Auto Gate ขาเข้าเฟส 2 รองรับ High Season
ด้าน พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมขยายระบบช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control) ขาเข้าเพิ่มเติม จากเดิมที่ใช้งานได้เพียง 3 สัญชาติ/ดินแดน (ไทย สิงคโปร์ และฮ่องกง) จะขยายสิทธิ์เพิ่มอีก 31 สัญชาติ รวมเป็น 33 สัญชาติ โดยจะเร่งดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์เฟส 2 เสร็จสมบูรณ์ก่อนสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ทันช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบายผู้โดยสารต่างชาติผ่าน Auto Gate ได้กว่า 50% ของจำนวนผู้โดยสารขาเข้า
สำหรับช่วง High Season นั้นคาดว่าจะมีผู้โดยสารขาเข้าเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 85,000-100,000 คนต่อวัน จากช่วงโลว์ซีซัน (Low Season) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยประมาณ 70,000-75,000 คนต่อวัน ซึ่งช่วงพีกของผู้โดยสารจะเป็นช่วงเวลา 14.00-17.00 น. มีผู้โดยสารเข้า ตม. 5,000-6,000 คนต่อชั่วโมงส่งผลให้เกิดความแออัด