![]()
กฟผ. กางแผนพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR เดินหน้าตามแผน PDP 2026 แบ่งการดำเนินงาน 5 ระยะ ตั้งเป้าเปิดเดินเครื่อง 3 โรง รวม 300 เมกะวัตต์แรกภายในปี 2580 เปิดกว้างเทคโนโลยี จีน สหรัฐฯ
นายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงของประเทศ เปิดเผยถึงแผนพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (แผน PDP 2026) ว่า
กฟผ. ในฐานะหน่วยงานรัฐภายใต้การกำกับของกระทรวงพลังงานเคยมีแผนพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในแผน PDP เดิมย้อนหลังไปตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) แต่โครงการได้ถูกชะลอไปตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้รักษาศักยภาพขององค์กร บุคลากร และได้ติดตามศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างต่อเนื่องตลอด 20–30 ปีที่ผ่านมา สำหรับโครงสร้างการกำกับดูแลโครงการจะมีสำนักงานปรมาณูเพื่อการสันติ (ปศ.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลในด้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ขณะที่ กฟผ. ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ (Operator)
สำหรับแผน PDP 2026 กฟผ.ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีเสถียรภาพและมีความปลอดภัยสูง โดยตั้งเป้าหมายเปิดเดินเครื่องโรงไฟฟ้า SMR รวมจำนวน 3 โรง ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2580 เริ่มต้นด้วยการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ขนาด 300 เมกะวัตต์แรก ตามที่ระบุในแผน PDP โดยในการดำเนินโครงการ กฟผ. ได้วางแผนงานออกเป็น 5 ระยะหลัก
ระยะที่ 1 การเตรียมการโครงการ เริ่มต้นเมื่อ SMR ถูกบรรจุลงในแผน PDP กฟผ. จะดำเนินการคัดเลือกเทคโนโลยีและคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพ จัดทำแผนพัฒนาโครงการ แผนพัฒนาบุคลากร และหารือร่วมกับองค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และ ปศ. เพื่อรวบรวมรายงานนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติเข้าสู่
ระยะที่ 2 การดำเนินการโครงการ โดยหลัง ครม. เห็นชอบ กฟผ. จะทำการศึกษาความเหมาะสมโครงการ (Feasibility Study) จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ดำเนินการขออนุญาตจัดตั้งโรงไฟฟ้า และจัดทำเอกสารประกวดราคาเพื่อคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง
ระยะที่ 3 การก่อสร้างโรงไฟฟ้า คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5–6 ปี ซึ่งสั้นกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ทั่วไป เนื่องจากชิ้นส่วนของ SMR สามารถประกอบสำเร็จมาจากโรงงานได้ ส่วนระยะที่ 4 จะเป็นการเริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้า 60-80 ปี และในระยะที่ 5 คือการรื้อถอน อย่างไรก็ตามการดำเนินงานในระยะที่ 1 ถึง 5 กฟผ. จะยกระดับและพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับชุมชนและประชาชนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยตลอดกระบวนการ
ด้านการคัดเลือกเทคโนโลยี กฟผ. เปิดกว้างรับพิจารณาเทคโนโลยี SMR จากทุกประเทศ ทั้ง จีน เกาหลีใต้ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และแคนาดา โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและการถ่ายทอดความรู้ ส่วนการคัดเลือกพื้นที่ในเบื้องต้น มุ่งเน้นการพัฒนาบนพื้นที่เดิมของ กฟผ. ที่มีระบบส่งไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว เพื่อช่วยลดภาระการลงทุน
นายศิริวัฒน์ กล่าวว่า เทคโนโลยี SMR รุ่นใหม่ (Generation 3 และ 4) ได้รับการพัฒนาให้มีระดับความปลอดภัยสูงกว่ารุ่น Generation 2 ที่ยังต้องพึ่งพาระบบ Active Safety ในการหล่อเย็นจากภายนอก โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบ Passive Safety ที่ระบายความร้อนได้ด้วยตัวเอง และระบบ Walk-away Safety ที่สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาแทรกแซงในระยะเวลาหนึ่ง ปัจจุบันทั่วโลกมีกำลังการผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์รวมประมาณ 387,000 เมกะวัตต์ และมีโครงการเตรียมก่อสร้างเพิ่มอีกราว 300,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสากล