![]()
EGCO ปิดดีลซื้อหุ้น 49% “Pinnacle IV” เสริมพอร์ตพลังงานสหรัฐฯ รับรายได้ทันที-ปูทางโตตามดีมานด์ Data Center และ AI
EGCO Group เดินหน้าขยายการลงทุนพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ ปิดดีลเข้าถือหุ้น 49% ในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ “Pinnacle IV” ในสหรัฐอเมริกา กำลังผลิตรวม 339 เมกะวัตต์ ชูจุดเด่นเป็นสินทรัพย์ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว สามารถรับรู้กระแสเงินสดและส่วนแบ่งกำไรได้ทันที พร้อมเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตเป็น 1,785 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 26% ของกำลังผลิตทั้งหมด รองรับโอกาสการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ จาก Data Center เทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ประกาศความสำเร็จในการเข้าลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน “Pinnacle IV” หลังการโอนหุ้นสัดส่วน 49% เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผ่าน EGCO Pinnacle IV, LLC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ EGCO ถือหุ้นทั้งหมด
การลงทุนดังกล่าวเป็นการร่วมทุนกับ Apex Clean Energy Holdings, LLC ผู้พัฒนาโครงการพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ ซึ่งยังคงถือหุ้นใน Pinnacle IV สัดส่วน 51%
กลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle IV มีกำลังผลิตรวม 339 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานลม “Timbermill Wind” ขนาด 189 เมกะวัตต์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ “Coldwater Solar” ขนาด 150 เมกะวัตต์ ในรัฐมิชิแกน
การเข้าซื้อสินทรัพย์ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ EGCO Group ในการขยายพอร์ตลงทุนในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทวางให้เป็นหนึ่งในฐานยุทธศาสตร์หลักสำหรับการเติบโตในระยะยาว โดยเลือกลงทุนในโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว ช่วยลดความเสี่ยงจากขั้นตอนการพัฒนาโครงการ และสามารถสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าสู่บริษัทได้ทันทีหลังปิดธุรกรรม

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group กล่าวว่า บริษัทมีทิศทางชัดเจนในการเร่งขยายพอร์ตพลังงานสีเขียวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยการลงทุนใน Pinnacle IV เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ “POWER4” ภายใต้แนวทาง Profitability and Performance Energizing ที่มุ่งคัดเลือกสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนคุณภาพสูงและสร้างผลตอบแทนได้ทันที
“การเข้าลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Pinnacle IV เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ EGCO Group เรามุ่งเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสมดุล เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในพอร์ตทั่วโลก และยกระดับเสถียรภาพการทำกำไรของบริษัทในระยะยาว” นายธวัชชัย กล่าว
สินทรัพย์เดินเครื่องแล้ว-มีสัญญาระยะยาว หนุนรายได้มั่นคง
จุดเด่นของ Pinnacle IV นอกจากเป็นสินทรัพย์ที่เริ่มสร้างรายได้แล้ว ยังอยู่ในตลาดไฟฟ้าสำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ PJM และ MISO ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงและมีโครงสร้างตลาดรองรับการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียน
ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งยังมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificates (RECs) ระยะยาวกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการคาดการณ์รายได้และสร้างเสถียรภาพของกระแสเงินสดในระยะยาว
ภายหลังการลงทุนใน Pinnacle IV พอร์ตพลังงานหมุนเวียนของ EGCO Group เพิ่มขึ้นเป็น 1,785 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นประมาณ 26% ของกำลังผลิตทั้งหมด สะท้อนทิศทางการปรับโครงสร้างพอร์ตลงทุนไปสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น ควบคู่กับการรักษาสมดุลด้านผลตอบแทนจากการลงทุน
ต่อยอดฐานสหรัฐฯ รับดีมานด์ไฟฟ้า Data Center-AI
อีกหนึ่งปัจจัยที่ EGCO มองเป็นโอกาสการเติบโตในอนาคต คือแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของ Data Center ระบบประมวลผลสำหรับ AI และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งต้องการแหล่งพลังงานจำนวนมากและให้ความสำคัญกับไฟฟ้าที่มาจากพลังงานสะอาดมากขึ้น
EGCO Group จึงมีแผนต่อยอดจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ในสหรัฐฯ ทั้ง Apex Clean Energy, Pinnacle II, Linden Cogen และ Compass Portfolio รวมถึง Pinnacle IV เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของพอร์ตโฟลิโอและรองรับโอกาสการลงทุนใหม่ในอนาคต

นายธวัชชัย ระบุว่า สหรัฐอเมริกาถือเป็นฐานยุทธศาสตร์อันดับ 2 ของ EGCO Group โดยบริษัทจะเดินหน้ามองหาโอกาสขยายการลงทุนในสินทรัพย์พลังงานสะอาดเพิ่มเติม ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทย ทั้งจากโครงการตามแผน PDP 2026 และโอกาสจากตลาด Direct PPA
“การผนึกกำลังของ Pinnacle IV กับพอร์ตลงทุนเดิมในสหรัฐฯ จะช่วยให้ EGCO Group มีโครงสร้างพอร์ตที่ยืดหยุ่นและแข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมรองรับเมกะเทรนด์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวจาก Data Center เทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับวินัยทางการเงินและการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น” นายธวัชชัย กล่าว
การปิดดีล Pinnacle IV จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนให้ EGCO Group แต่ยังเป็นการเพิ่มสินทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้ทันทีเข้าสู่พอร์ต พร้อมวางฐานสำหรับการขยายการลงทุนในตลาดพลังงานสหรัฐฯ ท่ามกลางแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว
