![]()
“พิพัฒน์” ต้อนรับทูตสหรัฐฯ หารือสัมพันธ์ไทย–อเมริกา รับกำลังพลกว่า 5,000 นายขึ้นฝั่งภูเก็ต ย้ำไทยพร้อมดูแล–อำนวยความสะดวก ต่อยอดความร่วมมือท่าเรืออัจฉริยะ–การบิน–พลังงาน

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับกับ H.E. Mr. Sean O’Neill (นายฌอน โอนีล) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยและคณะ เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะด้านคมนาคม การเดินเรือและท่าเรือ การบิน ความมั่นคงทางไซเบอร์ ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงาน โดยมีนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกรมเจ้าท่า ผู้แทน การท่าเรือแห่งประเทศไทย ณ กระทรวงคมนาคม
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการหารือ คือ การเดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ตของเรือกองทัพเรือสหรัฐฯ 2 ลำ ได้แก่ เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush (CVN-77) และเรือ USS Delbert D. Black (DDG-119) ซึ่งเดินทางถึงน่านน้ำจังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 มีกำลังพลรวมประมาณ 5,109 นาย และมีกำหนดพักผ่อนและท่องเที่ยว (Rest & Recreation: R&R) ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 4–9 ตุลาคม 2569 โดยเรือ USS George H.W. Bush ทอดสมออยู่นอกชายฝั่ง ห่างจากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตประมาณ 3.3 กิโลเมตร และมีการใช้เรือลำเลียงรับ–ส่งกำลังพลขึ้นฝั่ง
โดยกระทรวงคมนาคมยินดีต้อนรับการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของเรือสหรัฐฯ และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะกรมเจ้าท่าและหน่วยงานในพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมดูแลความปลอดภัย การจราจร และความเรียบร้อยตลอดช่วงที่กำลังพลสหรัฐฯ เดินทางขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อนและท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงคมนาคม รวมถึงการจัดฝึกอบรมระหว่างวันที่ 2–6 พฤศจิกายน ซึ่งจะมีผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเข้าร่วม ทั้งจากสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า และการท่าเรือแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ได้เสนอให้ประเทศไทยพิจารณาการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเคปทาวน์ (Cape Town Convention) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอากาศยาน โดยให้ข้อมูลว่า กรอบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความชัดเจนในการประเมินความเสี่ยงของผู้ให้สินเชื่อ และอาจช่วยลดต้นทุนการจัดหาและจัดซื้ออากาศยาน พร้อมยกตัวอย่างว่าต้นทุนอาจลดลงได้ประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่ออากาศยานหนึ่งลำ

ด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวขอบคุณกระทรวงคมนาคมและการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนการเดินทางมาเยือนของเรือสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวถึงความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศ โดยประเทศไทยถือเป็นมิตรเก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย และความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐฯ มีจุดเริ่มต้นที่เชื่อมโยงกับการเดินเรือและการค้า นับตั้งแต่เรือสินค้าสหรัฐฯ เดินทางเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อปี ค.ศ. 1818
ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการต่อยอดความร่วมมือด้านการพัฒนาท่าเรือ โดยเฉพาะโครงการ Smart and Secure Port Program (SSPP) และความร่วมมือผ่าน U.S. Trade and Development Agency (USTDA) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาท่าเรือของไทยให้มีความทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และยกระดับความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงการรับมือภัยคุกคามด้าน Cybersecurity
ขณะเดียวกัน ในช่วงท้ายทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นด้านการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ โดยฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวถึงข้อกังวลต่อ IMO Net-Zero Framework และผลกระทบจากต้นทุนด้านคาร์บอนที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการเดินเรือ การขนส่ง และระบบเศรษฐกิจ รวมถึงหารือแนวทางความร่วมมือด้านพลังงาน ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ