![]()
“รมว.พลังงาน” ลุยศึกษาแนวทางดึงเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ช่วยลดภาระราคาน้ำมัน หลังกองทุนน้ำมันฯติดลบกว่าแสนล้านบาท พร้อมรอลุ้น กระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตE20,B20 มั่นใจแผนPDP 2026 ประกาศใช้ภายในปี 2569
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวเปิดงาน สัมมนาวิชาการประจำปี Energy Symposion 2026 และปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Thailand Pragmatic Energy Transition พลังงานยุคใหม่ ยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การแข่งขันโลกอย่างยั่งยืน” ที่จัดขึ้นโดย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทสไทย (ส.อ.ท.) โดยระบุว่า สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบัน ที่ติดลบกว่า 100,000 ล้านบาทนั้น กระทรวงพลังงานได้พิจารณาหลายแนวทางเพื่อรับมือกับต้นทุนราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น
โดยอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมัน พิจารณาดึงเงินจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีเงินสะสมจากการจัดเก็บเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้น้ำมัน และยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะนำเงินมาใช้ได้เท่าใด หรือจะดำเนินการได้เมื่อใด
นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาแนวทางนำเงินปันผลจากบริษัทน้ำมันที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น มาช่วยบรรเทาภาระของประชาชนในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน โดยเห็นว่าเมื่อบริษัทมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นจนมีเงินปันผลมากขึ้น ก็ควรพิจารณานำรายได้ดังกล่าวมาช่วยลดผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำมันในช่วงเผชิญวิกฤติน้ำมัน
อีกทั้ง ยังได้หารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เบื้องต้นมีกระทรวงการคลัง อาจพิจารณาลดภาษีในส่วนของเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น E20 และ B20 ซึ่งเป็นการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า โดย B20 เน้นภาคขนส่ง ขณะที่ E20 ใช้ในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไรเดอร์ และผู้ใช้อุปกรณ์การเกษตร ปัจจุบันน้ำมันทั้งสองชนิดมีราคาถูกกว่าน้ำมันพื้นฐานอย่าง B7 และ E10 ประมาณ 6 บาทต่อลิตร โดยรัฐบาลต้องการรักษาส่วนต่างราคานี้ไว้เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กลุ่มผู้ใช้งานที่จำเป็น

ส่วนความคืบหน้าการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณารวบรวมข้อมูลหลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยเบื้องต้นมีการเสนอไว้ 4 ทางเลือก ซึ่งกำหนดกรอบการเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดในช่วง 10 ปีแรกจากปัจจุบันประมาณ 20% เศษ เป็น 50% ก่อนพิจารณาเพิ่มสัดส่วนในระยะต่อไป คาดว่าทั้ง 4 ทางเลือกจะมีสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดตั้งแต่ 65% ไปจนถึงเกือบ 90%
อีกทั้งภายใต้แผนPDP 2026 สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.จะทยอยเพิ่มขึ้น เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าเพื่อรักษาความมั่นจะเป็นหน้าที่หลักของ กฟผ.ซึ่งจะเห็นว่าโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ที่ยังมีความจำเป็นในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานเพื่อหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าหลัก จะยังเป็นการดำเนินการโดย กฟผ. อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า แผน PDP 2026 จะถูกประกาศใช้ภายในปี 2569 นี้อย่างแน่นอน