กบง.จ่อดึงเงินโรงกลั่น ครั้งที่ 8 อีก 3-4 พันล. ลดราคาดีเซล เดือน พ.ย.นี้

Loading

กบง. เตรียมดึงผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่น ครั้งที่ 8 วงเงิน 3,000- 4,000 ล้านบาท ลดราคาดีเซล ณ โรงกลั่น ประมาณ 2-3 บาทต่อลิตร หลังกองทุนน้ำมันฯ ติดลบทะลุ 1 แสนล้านบาท หวัง ก.คลัง หั่นภาษีน้ำมัน E20,B20 มีผลก่อน 1 พ.ย.นี้ ห่วงเสถียรภาพกองทุนฯ

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2569 ที่มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ลง 2-3 บาทต่อลิตร คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท เพื่อนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน คาดว่า จะมีผลบังคับใช้ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กบง. มีมติให้นำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ไปแล้ว 7 ครั้ง โดยล่าสุด มติ กบง. ครั้งที่ 7 ในการประชุมครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ลดลง 4.00 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ขณะที่ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) รายงานสถานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ล่าสุด ณ วันที่ 18 ต.ค. 2569 กองทุนฯ ติดลบรวม 103,561 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมันติดลบรวม 62,359 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบรวม 41,202 ล้านบาท

แหล่งข่าวฯ เผยอีกว่า ขณะที่ กระทรวงพลังงาน ยังรอผลกระทรวงการคลัง พิจารณาปรับ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งเบื้องต้น อาจพิจารณาลดภาษีในส่วนของเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น E20 และ B20 โดยปัจจุบันในส่วนของดีเซล (B20) จัดเก็บภาษีอยู่ที่ 5.95 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์(E20) จัดเก็บอยู่ที่ 6 บาทต่อลิตร ซึ่งจะต้องติดตามดูว่า กระทรวงการคลังจะปรับลดภาษีลงอัตราเท่าใด แต่กระทรวงพลังงาน หวังว่าจะเห็นมาตรการลดภาษีออกมาก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เพื่อให้ทันต่อการรักษาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯ