AOT ประเมินช่วงปีใหม่มีผู้โดยสารใช้บริการ 6 ท่าอากาศยานกว่า 2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 171%

ผู้ชมทั้งหมด 598 

AOT พร้อมรองรับผู้โดยสารเดินทางใช้บริการ 6 ท่าอากาศยาน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 65 – 4 ม.ค. 66 คาดมีผู้โดยสารกว่า 2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 171% มีเที่ยวบินประมาณ 12,190 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 87%

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือ AOT กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 AOT ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนผ่านสนามบินทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ โดยยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19

รวมทั้งได้ตระหนักถึงการกลับมาให้บริการในยุค New Normal ซึ่งในช่วงนี้ที่การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว และมีผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินเพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีและนวัตกรรรมที่ AOT ได้พัฒนาขึ้นจะช่วยตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และเพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด AOT ขอแนะนำแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT ซึ่งผู้โดยสารสามารถเช็กข้อมูลและสถานะเที่ยวบินแบบ Real-time พร้อมระบบแจ้งเตือนแบบอัจฉริยะเมื่อใกล้เวลาเดินทาง เช็กสถานะกระเป๋าเดินทาง จองที่จอดรถ จองรถแท็กซี่ ค้นหาข้อมูลรถสาธารณะ รวมถึงร้องเรียนและติชมการให้บริการ รวมถึงฟังก์ชันใหม่ล่าสุด Queue Times ช่วยวางแผนการเดินทางให้ง่ายขึ้น

โดยผู้โดยสารสามารถเช็กความแออัดและระยะเวลาในพื้นที่เช็กอิน พื้นที่ตรวจค้น และพื้นที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน เป็นต้น นอกจากนี้ ในช่วงที่มีผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินจำนวนมาก อาจทำให้ต้องรอคิวบริเวณเคาน์เตอร์ให้บริการต่างๆ เป็นเวลานาน จึงขอแนะนำให้ผู้โดยสารใช้เครื่อง Kiosk สำหรับเช็กอินและโหลดกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งใช้งานง่ายและ AOT ได้ติดตั้งเครื่อง Kiosk กระจายอยู่ตามบริเวณต่างๆ ภายในอาคารผู้โดยสารพร้อมจัดเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกการใช้งาน

การเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ AOT ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดพิธีปล่อยแถวปฏิบัติการในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงาน หรือศูนย์ร่วมรักษาความปลอดภัยในสนามบิน โดยมีผู้บริหาร และพนักงาน AOT รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมประจำศูนย์ฯ ตลอดเทศกาล โดย ทสภ.ได้มีการจัดตั้งศูนย์ Single Command Center ตามสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อบริหารจัดการเรื่องความแออัดของผู้โดยสารที่มาใช้บริการ ณ ทสภ. โดยเฉพาะในช่วงเวลา Peak Hour ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ ทสภ.ปฏิบัติงานเวรตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนได้ประสานหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องในการจัดเตรียมรถแท็กซี่ และรถสาธารณะมาให้บริการเพิ่มเติมหากมีความต้องการใช้บริการจำนวนมาก

นอกจากนี้ ทสภ.ยังได้ยกเว้นค่าบริการจอดรถยนต์ที่ลานจอดรถระยะยาวโซน C ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ถึงเวลา 24.00 น.ของวันที่ 3 มกราคม 2566 พร้อมจัดรถ Shuttle Bus ให้บริการรับ – ส่งผู้โดยสารทุกๆ 15 นาที ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง และ ทภก.ได้จัดพื้นที่จอดรถยนต์ฟรี ณ อาคาร X-Terminal เริ่มจอดได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 29 ธันวาคม 2565 – 24.00 น. ของวันที่ 3 มกราคม 2566 และจัดพื้นที่ลานจอดรถหน้าอาคารสำนักงาน ทภก. เริ่มจอดได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันที่ 29 ธันวาคม 2565 – 24.00 น. ของวันที่ 2 มกราคม 2566

สำหรับประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2565 – 4 มกราคม 2566 ณ สนามบินทั้ง 6 แห่งของ AOT คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 2 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 171.28 เมื่อเทียบกับปริมาณการจราจรทางอากาศที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 (29 ธันวาคม 2564 – 4 มกราคม 2565) แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประมาณ 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 832.51 และผู้โดยสารภายในประเทศ ประมาณ 1 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.05 และมีเที่ยวบินประมาณ 12,190 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 87.01 แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศประมาณ 5,340 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 260.53 และเที่ยวบินภายในประเทศประมาณ 6,850 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.98 

นายนิตินัย กล่าวเพิ่มเติมว่า AOT ขอเน้นย้ำในหลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำติดตัวขึ้นเครื่อง ตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยสามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องหรือเข้าไปในเขตหวงห้ามในสนามบินได้ในบรรจุภัณฑ์ที่มีความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร โดยบรรจุภัณฑ์ต้องมีลักษณะที่ปิดสนิทและมีข้อความระบุปริมาตรของบรรจุภัณฑ์ชัดเจน ซึ่งผู้โดยสารสามารถนำติดตัวขึ้นบนอากาศยานรวมกันได้ไม่เกินคนละ 1,000 มิลลิลิตร ทั้งนี้ หากบรรจุภัณฑ์ที่มีปริมาณของเหลวฯ เกินกว่าที่กำหนด (100 มิลลิลิตร) แม้ว่าจะมีของเหลวอยู่เล็กน้อยต้องนำใส่ในสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง

สำหรับการนำแบตเตอรี่ลิเธียมสำรองขึ้นเครื่องบินตามประกาศของ กพท.ระบุว่า แบตเตอรี่ลิเธียมสำรองขนาดเล็กที่มีค่าความจุไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 Wh (Watt – Hour : Wh) หรือ 20,000 mAh สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้ แต่ไม่สามารถโหลดใต้ท้องเครื่องบินได้ แบตเตอรี่ลิเธียมสำรองขนาดกลางที่มีค่าความจุไฟฟ้ามากกว่า 100 ถึง 160 Wh หรือมากกว่า 20,000 ถึง 32,000 mAh สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้คนละไม่เกิน 2 ชิ้น แต่ไม่สามารถโหลดใต้ท้องเครื่องบินได้ แบตเตอรี่ลิเธียมสำรองขนาดใหญ่ที่มีค่าความจุไฟฟ้ามากกว่า 160 Wh หรือ 32,000 mAh ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องบินและโหลดใต้ท้องเครื่องบิน นอกจากนี้ แบตเตอรี่ลิเธียมสำรองที่ไม่ระบุพลังงานไฟฟ้า Wh หรือระบุขนาดบรรจุของลิเธียม (Lithium Content : LC) หรือระบุไม่ชัดเจนไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบิน หรือโหลดใต้ท้องเครื่องบินได้

นายนิตินัย กล่าวอีกว่า สนามบินของ AOT ได้จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ได้แก่ กิจกรรมสวัสดีปีใหม่ต้อนรับผู้โดยสาร ซุ้มถ่ายภาพ และติดตั้งต้นคริสต์มาสพร้อมประดับตกแต่งอาคารผู้โดยสารให้มีบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 อาจมีผู้มาใช้บริการสนามบินของ AOT จำนวนมาก จึงขอความกรุณาผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางมายังสนามบินล่วงหน้า 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการพลาดเที่ยวบิน ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเที่ยวบินและการให้บริการของ AOT ได้ที่ AOT Contact Center หมายเลขโทรศัพท์ 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง