AOT ลงทุนพลังงานสะอาด ยกระดับสู่การเป็น Green Airport

Loading

หลายบริษัทเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ผ่านมาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะเพื่อนำไป รีไซเคิล (Recycle) รียูส (Reuse) การลดใช้พลังงานในองค์กร การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลัง (Solar Rooftop) ตลอดจนการปลูกต้นไม้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ที่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ โดยได้ดำเนินการหลายแนวทางด้วยกันเพื่อไปให้สู่เป้าหมาย Net Zero Carbon ภายในปี พ.ศ. 2570

AOT ได้ประกาศนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – ดอนเมือง – เชียงใหม่ – แม่ฟ้าหลวงเชียงราย – หาดใหญ่ – ภูเก็ต) ให้เป็นท่าอากาศยานสากลชั้นนำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยวางแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาอาคารผู้โดยสาร (Solar Rooftop) และนำไฟฟ้าที่ได้มาใช้หมุนเวียนภายในท่าอากาศยาน

รวมทั้งได้กำหนดนโยบายให้รถทุกชนิดของ AOT และผู้ประกอบการที่จะขออนุญาตเข้าใช้ในสนามบินต้องเป็นยานยนต์ไฟฟ้าและกำหนดให้อาคารต่างๆ ที่จะก่อสร้างตามแผนพัฒนาของ AOT เป็นอาคารประหยัดพลังงาน หรืออาคารเขียว และการสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน(Sustainable Aviation Fuel : SAF) เป็นต้น เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมการบิน

ทั้งนี้ในปัจจุบันในสนามบินสุวรรณภูมิมีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้บริการมากกว่า 400 คัน ดำเนินการการพัฒนาประสิทธิภาพระบบไฟฟ้าส่องสว่าง การทำระบบจัดการความเย็นประสิทธิภาพสูง แผนการออกแบบอาคารประหยัดพลังงานทั้งการพัฒนาอาคารผู้โดยสารในอนาคตในรูปแบบ Green Building รวมถึงอาคารสำนักงานแห่งใหม่ที่ได้รับมาตรฐาน Leadership in Energy and Environmental Design: LEED เป็นระบบการประเมินและรับรองมาตรฐาน อาคารสีเขียว (Green Building) ระดับสากลจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพัฒนาโดย U.S. Green Building Council (USGBC) เพื่อส่งเสริมการออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการอาคารให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน ประหยัดพลังงาน และดีต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน

ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี AOT เปิดตัวโครงการประกวดนวัตกรรม “INNOLUTION 2026” เพื่อเปิดพื้นที่ให้บุคลากรด้านนวัตกรรม นิสิต นักศึกษา ผู้ประกอบการ Startup และประชาชนทั่วไป ร่วมเสนอแนวคิดและพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการสนามบินในด้าน Sustainability นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 450,000 บาท

การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อจัดการอันตรายที่เกิดจากสัตว์ โดยจะนำเทคโนโลยีมาใช้แจ้งเตือน เฝ้าระวังขับไล่ ซึ่งจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการนกและสัตว์อันตราย  สอดคล้องกับนโยบายด้านความปลอดภัยและข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ด้านรางวัลมาตรฐานสิ่งแวดล้อม AOT ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนด้วยคะแนน Top 1% S&P Global CSA Score เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม (TRA :  Transportation and Transportation Infrastructure) ในทำเนียบ Sustainability Yearbook 2026 จากการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability  Assessment (CSA) ประจำปี 2025 โดย AOT ได้คะแนนรวมสูงถึง 85 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน

ทั้งนี้ การได้รับการจัดอันดับในระดับ Top 1% สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ AOT ในการดำเนินธุรกิจตามหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การดูแลผู้มีส่วนได้เสีย การกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการให้บริการ มุ่งสู่การเป็นสนามบินชั้นนำระดับโลก (World Class Airports) ที่มุ่งเน้นการให้บริการที่เป็นเลิศ ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น Smart and Sustainability Airport อย่างเต็มรูปแบบ

พร้อมกันนี้ AOT ยังได้รับมอบโล่และประกาศเกียรติคุณในงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 Distinction Ceremony ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ในฐานะที่ AOT ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนจาก S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ด้วยคะแนนสูงถึง 85 คะแนน จาก 100 คะแนน และได้รับการจัดอันดับ Top 1% อันดับที่ 1 ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม (TRA: Transportation and Transportation Infrastructure)

ล่าสุดจากการจัดประชุม ACI APAC & MID Regional Assembly, Conference & Exhibition (RACE) 2026 สามารถเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่า 12,972 kgCO₂e อีกทั้งยังได้ดำเนินการซื้อคาร์บอนเครดิตชดเชยจำนวน 139.38 kgCO₂e เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ในงานดังกล่าวยังได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์การดำเนินงาน แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาท่าอากาศยานอย่างยั่งยืน พร้อมการจัดเวทีบรรยายเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล ซึ่งส่งผลต่อแนวทางการดำเนินงานของท่าอากาศยานในภูมิภาค เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) เป็นต้น