![]()
AOT เผยตัวเลขผู้โดยสาร 6 ท่า เดือนพ.ค.69 โต 2.7% ภาพรวมทั้งปีปรับเป้าเหลือ 125.9 ล้านคน เหตุวิกฤตสงครามตะวันออกกลางดันราคาตั๋วพุ่ง-สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOTเปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมของปริมาณผู้โดยสารทยอยฟื้นตัวกลับขึ้นมาหลังจากช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยในช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา AOT ได้ให้บริการผู้โดยสารไปแล้วกว่า 90 ล้านคน ซึ่งช่วง 7 เดือนตุลาคม 2568 เมษายน 2569 ภาพรวมผู้โดยสาร 6 ท่าอากาศยานของ AOT มีอัตราการเติบโตขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ปริมาณผู้โดยสารลดลง เนื่องจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง (Middle East) ที่กระทบต่อราคาตั๋วประกอบกับมีการยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้มีอัตราการเติบโตแค่ 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตามในภาพรวมปริมาณผู้โดยสารทั้งปีก็น่าจะใกล้เคียงหรือมากกว่าปีที่แล้ว ซึ่งจากข้อมูลปริมาณผู้โดยสารในเดือนตุลาคม พฤศจิกายนและธันวาคม พบว่าการเดินทางของผู้โดยสารระหว่างประเทศ (International) มีแนวโน้มมากกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ประมาณ 2-3% ในแต่ละเดือน ถือเป็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของไทย
นางสาวปวีณา กล่าวว่า AOT ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจุบันสายการบินในแถบตะวันออกกลางได้เริ่มกลับมาทำการบิน (Resume) ครบทุกสายการบินแล้ว แต่ปริมาณเที่ยวบินยังคงอยู่ที่ระดับ 75% ของตารางบินปกติ เนื่องจากมี 2 สายการบินที่ยังคงยกเลิกเที่ยวบินบางส่วนอยู่ รวมถึงสายการบินต้นทุนต่ำ (Low-Cost Airlines) บางส่วน
ขณะที่ราคาน้ำมันเครื่องบินได้ปรับตัวลดลงจากช่วงที่เริ่มเกิดสงครามในตะวันออกกลาง โดยลงมาอยู่ที่ประมาณ 130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้มีแนวโน้มว่าราคาตั๋วเครื่องบินอาจจะปรับตัวลดลงตาม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินกลับมาดีขึ้นในช่วงปลายปี โดยน่าจะเห็นได้จากการจองสลอตของสายการบินในเร็วๆนี้
นางสาวปวีณา กล่าวอีกว่า จากวิกฤตในตะวันออกกลางที่คาดว่าราคาน้ำมันยังสูงขึ้นถึงช่วงปลายปี ทาง AOT จึงปรับตัวเลขคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารใหม่ของปี 69 (ต.ค.68-ต.ค.69) จากเดิม 130 ล้านคนเป็น อยู่ที่ 125.9 ล้านคน ซึ่งเท่ากับปีที่ผ่านมา เนื่องจากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ประมาณการณ์ว่าจำนวนผู้โดยสารจะลดลง 5-10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงโลซีชั่น ซึ่งโดยทั่วไปปริมาณผู้โดยสารก็ลดลงอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจได้เตรียมดำเนินการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นมาหลายเดือนแล้ว พร้อมทั้งพยายามพลิกวิกฤตสงครามให้เป็นโอกาสในการดึงสายการบินหลักให้หันมาใช้บริการสนามบินของไทย เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการบินตามที่ตั้งเป้าหมายไว้