BANPUครึ่งปีหลังสดใสต่อเนื่องราคาถ่านหิน-ก๊าซฯหนุนขายไฟเพิ่ม

ผู้ชมทั้งหมด 712 

BANPU มองครึ่งปีหลัง 64 คาดราคาถ่านหินยังทรงตัวในระดับสูง ราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นคาดเฉลี่ยในระดับ 4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อล้านบีทียู พร้อมรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าเข้ามาเพิ่ม   

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของบ้านปู ในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากธุรกิจแหล่งพลังงาน (Energy Resources) เนื่องจากทิศทางราคาถ่านหินคาดว่าจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดย ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 นั้นดัชนีราคาถ่านหิน  The Newcastle Export Index (NEX) เฉลี่ยในระดับ 152.4 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน

ทั้งนี้จากที่ราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นนั้น เนื่องจากความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศจีน และปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางราค่าน้ำมันดิบในตลาดโลกและเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยในปี 2564 สำหรับบ้านปูคาดว่าจะมีปริมาณการขายถ่านหินอยู่ในระดับ 41.9 ล้านตันแบ่งเป็นปริมาณการขายในประเทศอินโดนีเซีย 22.6 ล้านตัน ออสเตรเลีย 12.6 ล้านตัน และจีน 6.7 ล้านตัน

ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าดัชนีราคาก๊าซธรรมชาติ Henry Hub อยู่ในระดับ 4 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู จึงส่งผลดีในภาพรวมต่อกลุ่มบริษัท จากในช่วงครึ่งแรก 2564 นั้นอยู่ในระดับ 2.4 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู

โดยธุรกิจก๊าซธรรมชาติจะได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ขณะที่การซัพพลายก๊าซธรรมชาติที่ลดลงส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงไปจนถึงต้นปี 2565

นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน (Energy Generation) ในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 จะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเอลวินหมุยยิน ในเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 38 เมกะวัตต์ อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายในขบวนการเข้าซื้อกิจการคาดแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2564 จะส่งผลให้รับรู้เป็นรายได้ทันทีเพราะเป็นโครงการที่เดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) รวมถึงเตรียมรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT “Temple I” ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ขนาดกำลังการผลิต 768 เมกะวัตต์คาดว่าจะดำเนินการซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์ในเดือนตุลาคม 2564

ส่วนความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในประเทศจีนนั้นการก่อสร้างใกล้เสร็จแล้วคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในไตรมาส 3/2564

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Vin Chau ในประเทศเวียดนาม ระยะแรก ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ การก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่บาดของไวรัสโควิด-19 โดยดำเนินการติดตั้งไปแล้วประมาณ 68% แต่จะเร่งดำเนินการติดตั้งให้สามารถ COD ได้ภายในปีนี้ ส่วนในระยะที่ 2-3 ขนาดกำลังการผลิตรวมกันที่ 50 เมกะวัตต์คาดว่าจะ COD ได้ในปี 2565

นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง 2564 ยังจะได้รับปัจจัยหนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสาในสปป.ลาว ที่มีประสิทธิภาพค่าความพร้อมจ่ายอยู่ในระดับสูงที่ 92% ขณะที่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี จ.ระยอง คาดว่ามีค่าความพร้อมจ่ายที่ระดับ 87%