BANPU ไตรมาส 2 โกยกำไร 372 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 786%

ผู้ชมทั้งหมด 513 

BANPU ไตรมาส 2 โกยกำไร 372 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 786% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กวาดรายได้ 1,773 ล้านเหรียญสหรัฐ ได้รับปัจจัยหลักจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ประกอบกับรับรู้กำไรจากการซื้อธุรกิจก๊าซในสหรัฐฯ ธุรกิจไฟฟ้าสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ พร้อมลุยขยายลงทุนธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ได้รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 มีกำไรสุทธิ 372 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 12,789 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 786% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ที่มีกำไรสุทธิ 10,264 ล้านบาท ส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 948 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 59 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565

ขณะที่รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 1,773 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 60,986 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 122 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่หนุนผลประกอบการให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งกำไรและรายได้ นั้นมาจากราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย BANPU มีราคาขายถ่านหินเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 20 จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 156.66 เหรียญสหรัฐต่อตัน และราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 6.64 เหรียญสหรัฐต่อพันลูกบาศก์ฟุต ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 38 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ของบริษัท XTO Energy, Inc. and Barnett Gathering LLC (XTO) จำนวน 164 ล้านเหรียญสหรัฐ

ธุรกิจผลิตไฟฟ้าสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจผลิตไฟฟ้า (Energy Generation) ที่ยังคงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ โดยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงทั่วไป (Thermal power plant) สามารถผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงไฟฟ้าหงสา (HPC) ในปป.ลาว ที่มีค่าความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 91 โรงไฟฟ้า BLCP มีค่าความพร้อมจ่ายร้อยละ 95 ขณะที่โรงไฟฟ้า Nakoso ในประเทศญี่ปุ่นมีส่วนแบ่งกำไร 2.19 ล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมในประเทศจีนรายงานผลขาดทุนจำนวน 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เป็นไปตามฤดูกาล และผลกระทบจากต้นทุนถ่านหินในประเทศจีนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยมีต้นทุนเฉลี่ยที่ 1,198 หยวนต่อตัน โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ก็ได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนถ่านหินสูงในจีนเช่นกัน ในขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ประเทศสหรัฐฯ มีส่วนแบ่งขาดทุน 20.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้รวมผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแปลงค่าตราสานอนุพันธ์ของโรงไฟฟ้าจำนวน 31.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น

ลุยขยายลงทุนธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน

สำหรับธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (Energy Technology) โดย บ้านปู เน็กซ์ ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่านพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายและกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ เช่น การขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ไปยังประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัท PT.ITM Bhinneka Power หรือ IBP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปู ได้มีการเซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์บนหลังคารวม 7.27 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ยังได้ขยายธุรกิจกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ผ่านการร่วมทุนระหว่าง Banpu NEXT (ร้อยละ 30) Durapower (ร้อยละ 30) และบริษัท เชิดชัยมอเตอร์เซลล์ จำกัด (ร้อยละ 40) ในการลงทุนจัดตั้งโรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ในไทย คาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2566 และตั้งเป้าจะขยายกำลังการผลิตสู่ 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ภายในปี 2569