BGRIM เร่งแผน COD โรงไฟฟ้า “โซลาร์-ลม” รับมือสถานการณ์ “อิหร่าน-อิสราเอล”  

Loading

“บี.กริม เพาเวอร์” เร่งแผน COD โรงไฟฟ้าโซลาร์ฯ-ลม เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการเชื้อเพลิง รับมือความไม่สงบในตะวันออกกลาง ลั่นพร้อมเข้าร่วมชิงเค้กการลงทุน ภายใต้โครงการ Quick Big Win ของรัฐบาล เผยไตรมาส1/69 ลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์เซ็นสัญญาแล้ว 100 เมกะวัตต์ ขณะที่ปี2569 เตรียมรับรู้รายได้ COD โรงไฟฟ้าใหม่ ราว 600 เมกะวัตต์

นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยในงาน Oppday YE/2025 วันที่ 2 มี.ค.2569 โดยระบุว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่มีเหตุการณ์สู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอล และอาจนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุช ที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของโลก ซึ่งคิดเป็นปริมาณกำลังการผลิตราว 20% ของโลกนั้น หากปิดช่องแคบดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นแน่นนอน แต่ปัจจุบันยังสามารถส่งออกพลังงานได้อยู่

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรัฐบาลไทย โดยกระทรวงพลังงานได้เตรียมมาตรการรับมือ ทั้งการสั่งเร่งเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซฯในอ่าวไทย,เลื่อนแผนซ่อมบำรุงแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติออกไปก่อนเพื่อลดผลกระทบในช่วงนี้ และในส่วนของไฟฟ้า ได้สั่งการให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเต็มกำลังการผลิต รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

และการเริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมสั่งเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อติดตามเหตุการณ์และให้ทุกหน่วยงานประเมินผลกระทบและเตรียมแผนและมาตรการรองรับทั้งในส่วนของปริมาณสำรองและด้านราคา รวมทั้งเตรียมใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น

โดยในส่วนของ BGRIM ก็ได้ดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมมอนิเตอร์เหตุการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังได้ปรับแผนการผลิต โยกลูกค่าในระบบ บริหารจัดการเชื้อเพลิง ให้เกิดการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้เชื้อเพลิงหลัก พร้อมพูคคุยกับลูกค้าในการปรับสูตรราคาก๊าซฯใหม่ ตลอดจนเร่งแผนโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเพิ่มเติม โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์ฯ และลม เพื่อให้เปิดเดินเครื่องการผลิตเชิงพาณิชย์(COD) ได้เร็วขึ้น เป็นต้น

ส่วนการขยายการลงทุนในปี 2569 BGRIM ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จากคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัว 1.5% โดยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำลงจากปี 2568 ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงตามรายได้ และการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว อย่างไรก็ตา ยังต้องรอติดตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะออกมาเพิ่มเติม

ส่วนราคาก๊าซธรรมชาติของโรงไฟฟ้า SPP คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 270-290 บาทต่อล้านบีทียู ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปี 2568 ที่ราคาก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 323 บาทต่อล้านบีทียู

ทั้งนี้ บริษัทฯ วางแผนนำเข้า LNG ไม่เกิน 9 ลำ เพื่อนำเข้าสู่ระบบ Pool Gas และตั้งเป้าเพิ่มลูกค้า IUs รายใหม่ เชื่อมเข้าระบบรวม 50-60 เมกะวัตต์

โดยในปี 2569 BGRIM คาดว่า จะรับรู้รายได้เพิ่มจาก โครงการคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี2569 รวมประมาณ 600 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อินทรี บี.กริม กำลังผลิต 80 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา Zhongce Rubber นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง กำลังผลิต 35 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol 1 กำลังผลิต 365 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานลมบนฝั่ง Huong Hoa 1 กำลังผลิต 48 เมกะวัตต์ และโครงการอื่น ๆ รวมกำลังการผลิตสูงสุด 30 เมกะวัตต์

ในไตรมาส 1 ปีนี้ BGRIM ได้เซ็นสัญญาลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ ไปแล้ว 100 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ เพิ่มเติมอีก 2-3 ราย โดยกลยุทธ์ขยายการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าในปีนี้ ยังมองหาโอกาสต่อยอดธุรกิจในสหรัฐฯ หลังเข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และมองโอกาสในออสเตรเลีย ทั้งโรงไฟฟ้าโซลาร์ฯและลม รวมถึงในมาเลเซีย ที่ดูโรงไฟฟ้า IPP เป็นต้น”

สำหรับโอกาสขยายการลงทุนในประเทศไทย BGRIM ได้เตรียมพร้อมสำหรับร่วมขับเคลื่อนนนโยบายของภาครัฐ ผ่าน “Quick Big Win ด้านพลังงาน” ได้แก่

1. โซลาร์ชุมชน ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้าถึงไฟฟ้าและประหยัดไฟฟ้าได้ โดยกอรบลงทุนโซลาร์ฟาร์มไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ ภายใต้กรอบใหญ่ 1,500 เมกะวัตต์

2. Direct PPA หรือ โครงการซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรง ก็เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตสามารถขายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ได้โดยตรง ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศจะนำร่องกับ ดาต้าเซ็นเตอร์ 2,000 เมกะวัตต์

โดยปัจจุบัน BGRIM อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากรัฐบาลชุดใหม่ และการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ(PDP) ฉบับใหม่ ซึ่งหากรัฐบาลเปิดให้ยื่นเสนอโครงการ ทาง BGRIM ก็พร้อมเข้าร่วมในทันที