BPP คว้าอันดับเครดิตองค์กร “A+” จากทริสเรทติ้ง

ผู้ชมทั้งหมด 410 

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพเพื่อโลกที่ยั่งยืน ด้วยสมดุลของพอร์ตธุรกิจจากทั้งพลังงานความร้อน (Thermal Power Business) และพลังงานหมุนเวียน (Renewable Power Business) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน จากทริสเรทติ้งที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากทริสเรทติ้งว่า BPP จะยังคงดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพและสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

การที่ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิต BPP ที่ระดับ “A+” สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและผลกำไรที่แข็งแกร่งจากการลงทุนตามกลยุทธ์ Greener & Smarter ในธุรกิจไฟฟ้าที่หลากหลายมากกว่า 40 โครงการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทั้งคุณภาพของสินทรัพย์ทางธุรกิจและผลการดำเนินงานทั้งด้านการปฏิบัติการและด้านการเงินที่ผ่านมาของ BPP ล้วนเป็นที่น่าพอใจ มีการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอที่ดี ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานโลกที่มีความผันผวน อีกทั้งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการผสานความร่วมมือกันภายในระบบนิเวศทางธุรกิจของกลุ่มบ้านปู (Banpu Ecosystem)

นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “BPP มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทริสเรทติ้งให้ความเชื่อมั่นในบริษัทและยังคงเครดิตระดับ “A+” ท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนพลังงาน BPP ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตของธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และการผนึกพลังร่วมภายในกลุ่มบ้านปู ในปัจจุบัน บริษัทฯ ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้ามากกว่า 40 แห่งในประเทศยุทธศาสตร์ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการลงทุนรวม 3,330 เมกะวัตต์ เน้นการลงทุนในโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วเพื่อสร้างกระแสเงินสดกลับคืนสู่บริษัทฯ ได้ทันที ด้วยการคำนึงถึงสมดุลของพอร์ตธุรกิจ ทั้งจากการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน (Thermal Power Business) ที่มีเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น (High Efficiency, Low Emissions : HELE) พร้อมผลักดันการเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแสวงหาโอกาสลงทุนเพิ่มเติมในตลาดไฟฟ้าเสรีในประเทศที่มีศักยภาพ เพื่อคว้าโอกาสทำกำไรในช่วงที่ราคาค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นด้วยปัจจัยต้นทุนเชื้อเพลิงปรับตัวสูง ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าให้ถึงเป้าหมาย 5,300  เมกะวัตต์ ภายในปี 2568

นอกจากนี้ BPP ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลักความยั่งยืน โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environmental, Social, and Governance : ESG) พร้อมยึดมั่นและปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานสากล ด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มใน 8 ประเทศที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน