BPP ปลื้ม Q1/67 รฟ.ในสหรัฐฯ-จีนเดินเครื่องดีหนุนรายได้

ผู้ชมทั้งหมด 190 

BPP ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2567 โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีนเดินเครื่องดีหนุนรายได้มั่นคง

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP รายงาน   ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้รวมจำนวน 6,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,822 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 81 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 1,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 318 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐอเมริกา ผนวกกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power: CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนที่ลดลงจากการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวว่า BPP ให้ความสำคัญต่อเสถียรภาพการผลิตของโรงไฟฟ้าทุกแห่งพร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุน  อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ

สำหรับไตรมาส 1/2567 BPP มีผลการดำเนินงานที่ดี ส่วนสำคัญเกิดจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีน โดยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐฯ มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจำนวน 587.82 กิกะวัตต์ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รับรู้รายได้จำนวน 4,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,811 ล้านบาทจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้านโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีนรับรู้รายได้จำนวน 2,243 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาทจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังคำนึงถึงการสร้างการเติบโตไปพร้อมกับรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งและมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของธุรกิจพลังงาน ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อประสิทธิภาพและความยั่งยืนเพื่ออนาคต

ด้านธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานซึ่งบริษัทฯ ลงทุนผ่านบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของธุรกิจแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery & Energy Storage System Solutions: BESS) โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บ้านปู เน็กซ์ และ เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยมากกว่า 20,000 ชุด โดยมีเป้าหมายการผลิตรวม 60,000 ชุดต่อปี

อีกทั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ดีพี เน็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของบ้านปู เน็กซ์ และดูราเพาเวอร์ยังได้ผลิตและส่งมอบแบตเตอรี่ชุดแรกให้กับเชิดชัยมอเตอร์เซลส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถบัสรายใหญ่ที่สุดในไทย

ล่าสุด บ้านปู เน็กซ์ ยังได้นำเสนอโซลูชันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนด้วยการเปิดตัวโครงการ ‘Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT’ เฟสที่สอง ณ อาคารจามจุรี สแควร์ ในรูปแบบป๊อปอัพคาเฟ่ที่มีระบบโซลาร์รูฟท๊อปผลิตไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่กักเก็บไฟฟ้าในตัว ด้านโครงการบริหารจัดการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนซี คาดว่าจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาส 4 ปีนี้

ทั้งนี้ BPP ได้ประเมินการลงทุนในธุรกิจที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงผ่านกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. ขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ที่เน้นตลาดในสหรัฐอเมริกา 2. รักษาสมดุลของพอร์ตธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและตลาดไฟฟ้าเสรี 3. ขยายการลงทุนในโครงการ CCUS เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ และ 4. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่จะช่วยเสริมความมั่นคงในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ระบบนิเวศการใช้พลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยั่งยืน