![]()
BPP จัด Public Presentation แจงนักลงทุนถูก ตลท. ขึ้นเครื่องหมาย “CF” เกิดจาก Free Float ของหุ้น BPP ที่ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ หลังการทำ General offer โดย BANPU ตามกระบวนการปรับโครงสร้างและแผนควบรวมบริษัทระหว่าง BPP และ BANPU ยันผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทดีต่อเนื่อง คาดจดทะเบียนการควบรวมบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์จัดตั้ง NewCo และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงปลายเดือน ก.ค. จนถึงต้นเดือน ส.ค.2569
หลังจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย CF หลักทรัพย์ของบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP) ตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.2569 เนื่องจากการกระจายการถือหุ้นหรือหน่วยของรายย่อยไม่ครบถ้วน นั้น

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวในงานBPP: C-sign Public Presentation Q1/2026 วันที่ 5 มิ.ย.2569 โดยระบุว่า สาเหตุของการขึ้นเครื่องหมาย “CF” ในครั้งนี้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ BPP หลังจากทำ General offer (การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เป็นการทั่วไป) ของหุ้น BPP โดยบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ในช่วงวันที่ 1 -23 ธ.ค.2568 ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ BANPU ใน BPP ได้เพิ่มขึ้นจาก 78.66% เป็น 91.07% ทำให้สัดส่วนของผู้ถือหุ้นรายย่อยน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (Free Float) ของหุ้น BPP ลดลงจาก 21.24% เหลือ 8.82% ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนดไว้ที่ 15% ด้วยเหตุนี้ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย “CF” หุ้น BPP เพื่อแจ้งให้นักลงทุนรายย่อยทราบว่า การกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัทไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนด 15% ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ขอเรียนให้ทราบว่า การลดลงของ Free Float เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นไปภายใต้แผนการปรับโครงสร้างของกลุ่มบ้านปู และเป็นกระบวนการควบรวมบริษัทระหว่าง BPP และ BANPU ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือ ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ BPP แต่อย่างใด
โดยการทำ General offer (การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เป็นการทั่วไป) ของหุ้น BPP เกิดขึ้นภายใต้แผนการปรับโครงสร้างของกลุ่มบ้านปู ก่อนการควบรวมบริษัทระหว่าง BPP และ BANPU โดยคณะกรรมการ(บอร์ด)ของทั้ง 2 บริษัท ได้ทำการอนุมัติธุรกรรมการปรับโครงสร้างเมื่อวันที่ 29 ต.ค.2568 และต่อมาผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัท ได้อนุมัติธุรกรรมดังกล่าวในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 29 ม.ค.2569
สำหรับสัดส่วน Free Float ของหุ้น BPP ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในปัจจุบัน คาดว่าจะได้รับการแก้ไขการดำเนินการกระบวนการควบรวมบริษัท โดยภายหลังธุรกรรมควบรวมบริษัทแล้วเสร็จ BPP จะสิ้นสุดการเป็นนิติบุคคล และการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจะมี NewCo เข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียนแทน
ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการควบรวมบริษัท BPP และ BANPU โดยเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2569 บอร์ดของทั้ง 2 บริษัท ได้อนุมัติจัดการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของ BPP และ BANPU เพื่อพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทใหม่ที่เกิดจากธุรกรรมการควบรวมบริษัท หรือ NewCo โดยตามกำหนดการจัดการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของ BPP และ BANPU จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 ก.ค.2569 ทั้งนี้ หุ้นของ BPP และ BANPU จะถูกหยุดพักการซื้อขายตั้งแต่ 7 ก.ค.- 3 ส.ค.2569 เพื่อเตรียมการจัดสรรหุ้นของ NewCo รวมถึงการดำเนินการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่า การจดทะเบียนการควบรวมบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อจัดตั้ง NewCo และการเพิกถอนหุ้น BPP และ BANPU รวมถึงการนำหุ้น NewCo เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯจะเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน ก.ค. จนถึงต้นเดือน ส.ค.2569
โดยเมื่อกระบวนการควบรวมบริษัทแล้วเสร็จ BPP และ BANPU จะสิ้นสุดสถานการณ์เป็นนิติบุคคล และจะมีการจัดตั้ง NewCo ขึ้นมาใหม่ โดยหุ้นของ BPP และ BANPU จะถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และหุ้นของ NewCo จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แทน โดยคาดว่า NewCo จะมีสัดส่วน Free Float เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนด
ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นเดิมของ BPP ที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 21 ก.ค.2569 จะได้รับการจัดสรรหุ้นของ NewCo แทน BPP เดิมโดยอัตโนมัติ ตามอัตราการแลกหุ้นที่ 1 หุ้นเดิมของ BPP ต่อ 0.80208 ใน NewCo
“การขึ้นเครื่องหมาย “CF” ในครั้งนี้ เป็นผลจาก Free Float ของหุ้น BPP ที่ลดลง หลังจากการทำ General offer โดย BANPU ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างของกลุ่มบ้านปู และกระบวนการควบรวมบริษัท โดยผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทอยู่ในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่องเสมอมา ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างของกลุ่มฯและกระบวนการควบรวมบริษัท ทางบริษัทฯจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯอย่างครบถ้วน รวมถึงการจัด Public Presentation ในวันนี้ และจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างโปร่งใส รอบครอบและเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด” นายอิศรา กล่าว

สำหรับ เครื่องหมาย “CF” เป็นเครื่องหมายที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ใช้ส่งสัญญาณเตือนให้นักลงทุนทราบว่า บริษัทมี Free Float หรือผู้ถือหุ้นรายย่อยน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งอาจกระทบต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้นตัวนั้น หลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย CF จะต้องซื้อด้วยบัญชี Cash Balance (คือ สมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนก่อนซื้อหลักทรัพย์นั้น) ตั้งแต่วันที่ขึ้นเครื่องหมายเป็นต้นไป จนกว่าจะแก้เหตุดังกล่าวได้ เมื่อขึ้นเครื่องหมาย CF ครบ 1 ปี และบริษัทยังมีการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ครบถ้วน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะขึ้นเครื่องหมาย SP ต่อไป
ก่อนหน้านี้ กลุ่มบ้านปู ระบุว่า การควบรวมบริษัทระหว่าง BPP และ BANPU ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างสินทรัพย์ของ BPP ให้มีกลยุทธ์ที่คมชัดมากขึ้น ลดความซับซ้อนของโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทภายในกลุ่ม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความคล่องตัว ความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ และความรวดเร็วในการตัดสินใจ เพื่อปลดล็อกคุณค่าจากทั้งโอกาสใหม่และทรัพย์สินที่มีอยู่
สำหรับการปรับโครงสร้างดังกล่าว ประกอบด้วย 1.การควบรวมกิจการระหว่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BPP) จะเป็นไปตามกระบวนการควบบริษัทและจัดตั้ง “บริษัทใหม่” หรือ “NewCo” ซึ่งจะใช้ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ คือ BANPU ตามเดิม
2.การรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ เป็นการรวมการถือหุ้นส่วนใหญ่ จำนวน 75% ในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ขนาดกำลังผลิต 1.5 กิกะวัตต์ ไว้ภายใต้บริษัท BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบ้านปูที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) โดย BPP อยู่ระหว่างการเตรียมขายสิทธิการลงทุน (Membership Interests) 25% ในกิจการร่วมค้า BKV-BPP Power LLC (BKV-BPP) ให้แก่ BKV ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 230.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่าประมาณ 7,512 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม BPP ยังคงถือหุ้น 25% ในกิจการร่วมค้าดังกล่าว เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในอนาคต
3.แผนการปรับโครงสร้างครั้งนี้ ช่วยให้เกิดการจัดระเบียบกลุ่มธุรกิจหลัก ภายใต้กลยุทธ์ ‘Energy Symphonics’ ใหม่เป็น 4 เสาธุรกิจ ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) ยกระดับการทำเหมืองด้วยเทคโนโลยี AI และเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตแร่แห่งอนาคต ที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน US Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) ที่รวมสินทรัพย์ด้านพลังงานก๊าซในสหรัฐฯ ให้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ BKV Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) การซื้อขายพลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหิน และโครงสร้างพื้นฐานของก๊าซธรรมชาติ และ Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) มุ่งเน้นเทคโนโลยีพลังงานที่เชื่อมโยงกับศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และนวัตกรรมด้านพลังงาน