![]()
BTS ทุ่มงบ 1 แสนล้าน ลุยลงทุน “บ้านชาวไทย” คิกออฟ 2 โครงการแรกที่ “ศรีนครินทร์” และ“คลองหลวง” เริ่มตอกเสาเข็ม ก.ย. 69 มั่นใจกระแสตอบรับดี หวังช่วยสนับสนุนคุณภาพชีวิต การอยู่อาศัยของคนไทย
นายคีรี กาญจนพาสน์ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS กล่าวว่า โครงการ “บ้านชาวไทย” เกิดจากความรู้สึกที่อยากลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างให้กับสังคมไทย ตนเติบโตมาในครอบครัวที่ทำอสังหาริมทรัพย์ คุณพ่อ นายมงคล กาญจนพาสน์ เป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงมากเมื่อ 60 ปีที่แล้ว ขณะที่ตนได้เข้ามาทำธุรกิจหลักในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบขนส่งทางราง ทางด่วน และรถเมล์ ซึ่งปัจจุบันครอบครัวก็ยังพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ ทั้งถือการครองที่ดิน และร่วมลงทุน (Join Venture) กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่มากมาย


สำหรับโครงการ “บ้านชาวไทย” นั้น กลุ่มบีทีเอส เตรียมงบลงทุน 100,000 ล้านบาท ในการลงทุนพัฒนาโครงการ “บ้านชาวไทย” ในช่วงระยะเวลา 2 ปี (2569 – 2570) โดยในเร็วๆ นี้จะมีการลงทุนนำร่องก่อน 2 จำนวนไม่เกิน 12,000 ยูนิต มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท (ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม) บนพื้นที่ดินรวม 42 ไร่ โดยแบ่งเป็นโครงการที่ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ 8 ชั้น จำนวน 24 อาคาร คิดเป็น 4,150 ยูนิต ในโครงการนี้มีห้อง 3 ขนาด ประกอบด้วย ห้องไทป์ 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท ห้องไทป์ 45 ตร.ม. เริ่มต้น 2.85 ล้านบาท และห้องไทป์ 60 ตร.ม. เริ่มต้น 3.78 ล้านบาท
ส่วนอีกโครงการจะลงทุนในพื้นที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ใกล้ตลาดไท และ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ราคาห้องขนาดไทป์ 30 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท ขนาดไทป์ 45 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 2.4 ล้านบาท ขนาดไทป์ 60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 3.2 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการนำร่องเป็นการลงทุนพัฒนาบนที่ดินของกลุ่มบีทีเอส โดยการลงทุนเป็นรูปแบบโปรเจกต์ไฟแนนซ์ (Project Finance)
อย่างไรก็ตามภายหลังจาก 2 โครงการแรกประสบความสำเร็จก็จะขยายการลงทุนโครงการ “บ้านชาวไทย” อย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยในต่างจังหวัดจะลงทุนพัฒนาเป็นโครงการบ้านจัดสรร โดยจะลงทุนในพื้นที่ของกลุ่มบีทีเอสเอง เช่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดกาญจนบุรี รวมถือร่วมลงทุนกับเจ้าของที่ดิน
“หัวใจสำคัญของโครงการ “บ้านชาวไทย” คือการทำให้คนสามารถผ่อนบ้านได้ในราคาที่ใกล้เคียงกับค่าเช่า แต่ได้ครอบครองทรัพย์สินเป็นของตนเอง ผ่านการทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อเปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของบ้าน ให้กับคนรุ่นใหม่ และผู้มีรายได้จำกัด แม้การลงทุนต้องมีกำไรเป็นเรื่องปกติ แต่โครงการนี้เราต้องการให้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยภูมิใจว่าเป็นนี่เป็นบ้านของตัวเองอย่างแท้จริง” นายคีรี กล่าว
นายคีรี กล่าวอีกว่า โครงการ “บ้านชาวไทย” ไม่ใช่เพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่คือความตั้งใจที่จะตอบแทนสังคม และเปิดโอกาสให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยอย่างเท่าเทียม ขอขอบคุณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กลุ่มบริษัทบีทีเอส สื่อมวลชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมกันสนับสนุนคุณภาพชีวิต เพื่อการอยู่อาศัย และผลักดันโครงการ “บ้านชาวไทย” ให้เกิดขึ้นในวันนี้

มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส. ในฐานะ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” พร้อมเดินหน้าตามนโยบายของ กระทรวงการคลัง ในการเปิดโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองผ่านการสนับสนุนสินเชื่อที่ หลากหลายในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และมีระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ทำให้เชื่อว่าประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ “บ้านชาวไทย” จะได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
พร้อมกันนี้ ธอส. ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการ และต้องการขอสินเชื่อกับธนาคาร เตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อและเพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง ธอส. พร้อมผลักดันโครงการนี้ให้บรรลุเป้าหมาย ส่งมอบที่อยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยได้มากขึ้น
นายรังสิน กฤตลักษณ์ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการบีทีเอส กล่าวว่าโครงการบ้านชาวไทย เป็นโปรเจกต์ใหม่ของกลุ่มบริษัทบีทีเอสที่จะดำเนินการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อชาวไทยทุกคน มีแผนดำเนินโครงการฯ ก่อสร้างในทำเลที่มีศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล นำร่อง 2 พื้นที่ ได้แก่ ถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมถึงในอนาคตมีแผนที่จะขยายโครงการฯ ไปอีกในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ที่สนใจ

โดยโครงการฯ มาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมเงื่อนไขพิเศษ โดยผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องชำระเงินก้อนแรกสำหรับการวางเงินดาวน์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และลดภาระในการเริ่มต้นเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ จำนวนอาคาร จำนวนชั้น และจำนวนห้องชุด อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ลงทะเบียน แสดงความสนใจ การได้รับอนุมัติสินเชื่อเพื่อการก่อสร้าง รวมถึงการได้รับอนุญาตหรือความเห็นชอบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายรังสิน กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโครงการ “D:CODE SRI NAKARIN” อยู่ระหว่างการขอรับใบอนุญาตและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และการพิจารณาให้ความเห็นชอบการประเมินผลกระทบและมาตรการแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยก่อสร้างได้ประมาณเดือนกันยายน 2569 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนธันวาคม 2571 ก่อนที่จะดำเนินการจดทะเบียนเป็นอาคารชุดตามกฎหมายต่อไป ส่วนโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG จะเป็นโครงการในอนาคตในพื้นที่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งหากมีความคืบหน้า ทางกลุ่มบริษัทแจ้งรายละเอียดให้ทราบในโอกาสต่อไป

รศ.ดร.เอกพงษ์ ตรีตรง ประธานกรรมการ บริษัท ไอดีล วัน จำกัด กล่าวว่า โครงการ D:CODE SRI NAKARIN และ “D:CRAFT KHLONG LUANG” ภายใต้แนวคิดโครงการ “บ้านชาวไทย” เป็นการสร้างการอยู่อาศัยที่ใช้งานง่าย อยู่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสำหรับชาวไทย สร้างคุณภาพชีวิตรูปแบบใหม่ ผ่านการผสมผสานพื้นที่หลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อให้การใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อน สามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่เดียวอย่างลงตัว โดยตั้งใจออกแบบโครงการนี้ด้วยหัวใจ ถ่ายทอดศิลปะ และความตั้งใจลงในทุกขั้นตอนตั้งแต่ภาพรวมของอาคารไปจนถึงรายละเอียดของพื้นที่ใช้สอย ลวดลายเส้นโค้งมนที่พลิ้วไหวดุจเกลียวคลื่น อันเป็นเอกลักษณ์ของภูเขาและสายน้ำ ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อม ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมือง มอบความอยู่สบายที่มากกว่าการอยู่อาศัย และเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสคุณค่าของการใช้ชีวิตในทุกมิติอย่างแท้จริง