CEO OR คนใหม่ “ดิษทัต ปันยารชุน” ชูวิสัยทัศน์ ติดปีกทะยายเติบโต

ผู้ชมทั้งหมด 824 

CEO OR คนใหม่ สานต่อวิสัยทัศน์ “Empowering All toward Inclusive Growth” เสริมแกร่งธุรกิจเดิม สร้างโอกาสธุรกิจใหม่ พร้อมชูแนวคิด “RISE OR” หรือ “ติดปีก OR” ทะยานเติบโตครองเบอร์ 1 อย่างยั่งยืน ลั่นอัดงบ 5ปี กว่า 1 แสนล้านบาท ดันยอดขายน้ำมันปี 66 โตกว่าปี65 ดันสู่ผู้นำปั๊มอีวี

Empowering All toward Inclusive Growth” หรือ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโตร่วมกัน” ยังคงเป็นวิสัยทัศน์ผลักดัน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ที่นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร OR หรือ CEO OR คนใหม่ จะเดินหน้าธุรกิจโดยสานต่อวิสัยทัศน์ดังกล่าว เพื่อผลักดันให้ธุรกิจของ OR ทะยานไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยแนวคิด “RISE OR” ที่สะท้อนถึง บทบาทความเป็นผู้นำที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กร ไม่ว่าจะเป็น (Result : การมุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เป็น รูปธรรม, Intelligence : การตัดสินใจที่ฉลาดบนพื้นฐานของข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ, Synergy : การผนึกกำลังของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท., Entrepreneurship : การทุ่มเทในบทบาทหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ) โดยให้ความสำคัญกับการลงมือทำที่ชัดเจนทั้ง 3 ด้านได้แก่

1. Synchronization for Ecosystem หรือ การประสานธุรกิจพลังงานและไลฟสไตล์ให้เป็นหนึ่ง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของ OR ผ่านการใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบของ แต่ละธุรกิจ ในการเสริมความเข้มแข็งซึ่งกันและกัน  ให้สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตแห่งอนาคต ทั้งด้าน offline และ online

2. Synergy for Impact หรือ การผนึกกำลังของธุรกิจทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท. เพื่อ ยกระดับผลกระทบเชิงบวกต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดแบบครบวงจร พร้อมเปิดประตู ความร่วมมือสู่การเติบโตร่วมกัน

3. Sustainability for Future หรือ การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนผ่าน SDG ในแบบฉบับของ OR เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย OR 2030 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น

• S – SMALL โอกาสเพื่อคนตัวเล็ก (Opportunities for Communities) ผ่านการดำเนิน ธุรกิจควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน

• D – DIVERSIFIED โอกาสเพื่อการเติบโตทุกรูปแบบ (More Partners, Products and Services) ผ่านศักยภาพของ OR ที่จะเป็น Platform ในการกระจายโอกาสทางธุรกิจที่หลากหลายและครอบคลุม พร้อมเติบโตไปด้วยกัน

• G – GREEN โอกาสเพื่อสังคมสะอาด (Low Carbon Business Areas) ผ่านการส่งเสริม ธุรกิจทุกประเภทของ OR ให้เป็นธุรกิจสีเขียว เพื่อสนับสนุนให้เกิดสังคมคาร์บอนต่ำ อย่างยั่งยืน และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 ตลอดจนมุ่งสู่การบรรลุการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2050

อีกทั้ง ยังได้เสริมแนวคิดเกี่ยวกับกลไกใหม่ในการบริหารงานเพื่อขับเคลื่อนองค์กรตามพันธกิจทั้ง 4 ด้าน (Seamless Mobility, All Lifestyles, Global Market และ OR Innovation) ได้แก่

1. Ecosystem Design หรือ การออกแบบระบบนิเวศสำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า

2. Professional Management หรือ การพัฒนาบุคลากรภายในควบคู่กับการสรรหาพันธมิตร ที่มีความเชี่ยวชาญจากภายนอก

3. Strategic Alliance หรือ การสร้างพันธมิตรเพื่อหาโอกาสขยายธุรกิจทั้งภายในและต่างประเทศ

4. Sustainability Criteria หรือการกำหนดหลักเกณฑ์ด้าน People & Planet ในการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

วันนี้ OR พร้อมที่จะติดปีกทะยานไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยจะเป็นการเติบโตผ่านการร่วมมือกับธุรกิจทั้งภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท. เพื่อสนับสนุนกันและกันผ่านการใช้ Asset ของ OR ที่มี ตลอดจนความสามารถในการขยายธุรกิจ ในขณะที่ยังคงเติมเต็มทุกความต้องการของ ผู้บริโภคได้อย่างครบครัน”

สำหรับทิศทางการดำเนินงานของ OR ในปี 2566 ยังเดินหน้าสร้างการเติบโตตามกลยุทธ์การลงทุนช่วง 5ปี (2566-2570) ที่ใช้งบลงทุน 1.1 แสนล้านบาท และปี 2566 จะใช้งบลงทุน ประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจ Lifestyles สัดส่วน 45% ธุรกิจMobility สัดส่วน 22% ธุรกิจ Global Market สัดส่วน 16% และธุรกิจ Innovation สัดส่วน 17% โดย OR จะมุ่งเน้นการเติบโตร่วมกับพันธมิตรพร้อมตั้งเป้าหมายจะมีรายได้จากความร่วมมือในการทำธุรกิจราว 50%

โดยในปี 2566 คาดหมายว่า ยอดขายน้ำมันของOR จะเติบโตขึ้นจากปีก่อน หลังจากจีนมีนโยบายเปิดประเทศ ซึ่งจะสนับสนุนในการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจดีขึ้น ช่วยหนุนยอดการใช้น้ำมัน ขณะเดียวกันในปีนี้ จะ เดินหน้าแสวงหาความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย EV Station PluZ จำนวน 7,000 เครื่องชาร์จ ภายในปี 2573 หรือก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐาน EV ในประเทศไทย ภายในปีนี้

ขณะที่นโยบายปรับราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลที่ภาครัฐยังมีนโยบายตรึงราคาไม่เกิน 35 บาทต่อลิตรนั้น OR ในฐานะผู้ค้าน้ำมันยังยึดกลไกปรับราคาขายปลีกตามทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลก พร้อมกับดำเนินการตามนโยบายของภาครัฐเพื่อสร้างสมดุลทางพลังงาน

ส่วนการขยายการเติบโตของOR ในต่างประเทศนั้น ยอมรับว่า การทำธุรกิจในต่างประเทศถือเป็นความเชี่ยวชาญของตน และการจะเข้าไปลงทุนในแต่ละประเทศนั้น จะต้องไปด้วยความสุขุม พร้อมกับหาพันธมิตรที่ถูกต้อง และที่สำคัญต้องวางแผนทำงานเป็นทีมร่วมกับทีมบริหารของOR เพื่อให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จ และที่สำคัญจากจุดแข็งดังกล่าวจะส่วนให้ OR ลดความเสี่ยงและต้นทุนจากการทำธุรกิจในต่างประเทศได้

นายดิษทัต ยังกล่าวถึงกรณีบางจากฯ เข้าซื้อกิจการเอสโซ่ ประเทศไทย จะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในธุรกิจน้ำมันหรือไม่นั้น โดยมองว่า OR มีความพร้อมอย่างมากในการแข่งขัน มีธุรกิจที่เข้มแข็งทั้ง 4 ด้าน ธุรกิจ Lifestyles , ธุรกิจMobility ,ธุรกิจ Global Market และธุรกิจ Innovation ซึ่งจะรองรับการแข่งขันได้อย่างดี และที่สำคัญภายใต้ธุรกิจเดียวกันผู้ประกอบการก็พร้อมร่วมวางแผนกลยุทธ์การเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน