EGCO โกยกำไรไตรมาส 1/65 แตะ 4,115 ลบ.โต 6 เท่า

ผู้ชมทั้งหมด 697 

เอ็กโก กรุ๊ป เผยไตรมาส 1 ปี 65 กำไร แตะ 4,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 603% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เหตุโรงไฟฟ้าพาจู และขนอม ปริมาณขายไฟเพิ่ม

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) หรือ EGCO(เอ็กโก กรุ๊ป) เปิดเผยผลการดำเนินงาน ไตรมาสที่ 1 ปี 2565 พบว่า บริษัทมีก ไรจากการดำเนินงาน เท่ากับ 4,511 ล้านบาท โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 116 หรือ 2,423 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปี 2564 สาเหตุ หลักจากพาจู อีเอสและบริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด (บฟข.) มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเข้าซื้อหุ้นในลินเดน ทอปโก้ และเอเพ็กซ์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 และ 17 พฤศจิกายน 2564 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานของบีแอลซีพีลดลง เนื่องจากมีการซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาสที่ 1 ปี 2565

อีกทั้งต้นทุนเชื้อเพลิงถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเพิ่มขึ้น หากเปรียบเทียบกำไรจากการดำเนินงาน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 กับไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 109 หรือ 2,348 ล้านบาท สาเหตุหลักจากพาจู อีเอส, ลินเดน ทอปโก้ และเอ็นทีพีซี มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานของเคซอนลดลง เนื่องจากมีการซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 อีกทั้งเอเพ็กซ์ มีรายได้จากการขายโครงการลดลง

ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 4,115 ล้านบาท โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 603 หรือ 3,530 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปี 2564 สาเหตุหลักจาก ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ประกอบกับ ไตรมาสที่ 1 ปี 2564 กลุ่มเอ็กโก รับรู้ผลขาดทุนจากอัตรา แลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นผลมาจากการแปลง มูลค่าหนี้ัิสินสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเอ็กโก มีการรับรู้ผลขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน เพิ่มขึ้น หากเปรียบเทียบกำไรสุทธิ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 กับไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 340 หรือ 3,180 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยกลุ่มเอ็กโก รับรู้ผลกำไร จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงลดลง ซึ่งเป็นผลมา จากการแปลงมูลค่าหนี้ัสกุลเงินต่างประเทศเป็น สกุลเงินบาท

โดยในไตรมาสแรกของปี 2565 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเติบโตค่อนข้างช้าอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลหลักมาจากสงครามระหว่างรัสเซียยูเครนและนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero-Covid Policy) ที่เข้มงวดของจีน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ยิ่งไปกว่านั้น สงครามในยูเครนได้เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะเกิดความตึงเครียดทางสังคม ในวงกว้างขึ้นอันเป็นผลมาจากต้นทุนอาหารและพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในไตรมาแรกของปี 2565 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มูลค่าส่งออกสินค้าขยายตัว ตามอุปสงค์ของคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นเนื่องจากการผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ แต่ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในอัตราที่ช้าลง อันเป็นผลมาจากการระบาดของไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์ Omicron และต้นทุนกำรผลิตที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนค่ำครองชีพที่ัสูงขึ้น เอ็กโกกระจายการลงทุนในหลายประเทศ และมีความหลากหลายของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งร้อยละ 79 ของ โรงไฟฟ้าในกลุ่มเอ็กโกเป็นโรงไฟฟ้าขนำดใหญ่ (IPP) โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากำหนดให้ต้นทุนเชื้อเพลิงสามารถส่งผ่านไปยังผู้ซื้อไฟฟ้าได้ เช่น กฟผ. เป็นต้น และ ร้อยละ 19 เป็นโรงไฟฟ้าที่ซื้อขายไฟฟ้าในตลาด Power Pool โดยต้นทุนเชื้อเพลิงจะถูก ส่งผ่านไปที่ค่าพลังงาน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเอ็กโก มีการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่ามี การจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม รวมถึงการบริหารการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าให้เกิดความสมดุลตามความเหมาะสมของต้นทุนเชื้อเพลิง ดังนั้นต้นทุนพลังงานที่ัสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างรัสเซียยูเครนจึงไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงาน