EGCO คาดผลการดำเนินงานปี69 โตต่อเนื่องจากปี 68 รับรู้รายได้โครงการลงทุน

Loading

EGCO Group คาดปี2569 ผลประกอบการโตต่อเนื่องจากปี 2568 รับรู้รายได้โครงการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ปี 68 กำไรแกร่งทะลุ 7,000 ล้านบาท พร้อมปันผลเด่น 6.50 บาทต่อหุ้น

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group โชว์ศักยภาพการดำเนินงานปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายระดับโลก สร้างกำไรจากการดำเนินงานรวมกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 7,082 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากผลประกอบการที่โดดเด่นของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group ในอินโดนีเซีย โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว และการลงทุนในสหรัฐอเมริกา พร้อมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเคาะจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลัง 3.25 บาท/หุ้น รวมปันผลทั้งปี 6.50 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนร้อยละ 5.26 ด้านกรรมการผู้จัดการใหญ่ประกาศรวมพลังพนักงาน ภายใต้ “ONE EGCO ONE GOAL” มุ่งสร้างเป้าหมายร่วมกัน เพื่อความยั่งยืนขององค์กรและผลตอบแทนในอนาคต

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2569 EGCO Group จะขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นภายใต้กลยุทธ์ “POWER4” และแนวคิดหลัก “ONE EGCO ONE GOAL” มุ่งสร้างเป้าหมายแห่งการเติบโตร่วมกันเพื่อความยั่งยืนมั่นคงขององค์กร พร้อมนำพาองค์กรก้าวสู่เป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ และคาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทั้งจากการรับรู้รายได้เพิ่มจากโครงการทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ได้แก่ การลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38% 

รวมทั้งคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐอเมริกา จะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากอุปสงค์ของธุรกิจ Data Center และ AI การขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group ในอินโดนีเซีย การลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในประเทศ (RE Big lot) รอบที่ 2 

ตลอดจนการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยต่อยอดการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group ที่ได้เข้าไปลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง

“ผมเชื่อมั่นในพลัง ONE EGCO ที่จะเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส EGCO Group ไม่ได้มองแค่ผลสำเร็จในระยะสั้น แต่เรามุ่งหวังที่จะสร้าง ONE GOAL คือความมั่นคงที่ยั่งยืนและสมดุล เพื่อส่งต่อพลังงานให้สังคมและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับนักลงทุนต่อไป”

ส่วนปี 2568 นับเป็นปีที่พิสูจน์ถึง Resilience หรือความยืดหยุ่นที่แข็งแกร่งของ EGCO Group ในการก้าวข้ามความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ ๆ ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับภาวะชะลอตัวจากการบริโภคของภาคเอกชนที่อ่อนแรง ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ด้วยรากฐานที่มั่นคงและการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ (Asset Recycling) ทำให้ EGCO Group สามารถรักษาระดับการเติบโตและสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง”

ไฮไลท์ผลการดำเนินงานปี 2568 แข็งแกร่งและมีนัยสำคัญจากภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ในปี 2568 EGCO Group รับรู้รายได้รวม 37,905 ล้านบาท โดยมีกำไรจากการดำเนินงาน 4,439 ล้านบาท หากรวมกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทย่อยคิดเป็น 7,082 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,727 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักของกำไรจากการดำเนินงานมาจากผลประกอบการที่โดดเด่นของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group ในอินโดนีเซีย โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว โดยเฉพาะไซยะบุรี ซึ่งมีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากฤดูกาลที่มีปริมาณน้ำมาก และการลงทุนในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ การเข้าลงทุน 49% ในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2 แห่ง ในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle II กำลังผลิตรวม 251 เมกะวัตต์ และผลประกอบการที่โดดเด่นของ APEX ผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ซึ่งรับรู้รายได้จากการขายโครงการเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน บริษัทยังรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้า Risec ในสหรัฐอเมริกา และโรงไฟฟ้า Boco Rock Wind Farm ในออสเตรเลีย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีกลยุทธ์ (Asset Recycling)

นอกจากนี้ จากพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคงและผลการดำเนินงานที่เข้มแข็ง ทำให้ EGCO Group มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้กลยุทธ์ “POWER4” โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) ประจำปี 2569 ให้จ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2568 ในอัตรา 3.25 บาท/หุ้น หลังจากได้รับการอนุมัติจากที่ประชุม AGM ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 เมษายน 2569 จะทำให้ทั้งปี 2568 มียอดจ่ายเงินปันผลทั้งหมด 6.50 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนร้อยละ 5.26 โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 เมษายน 2569