![]()
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมด้วยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และ สถาบันพลาสติก ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมพลาสติกเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อโลกและสังคม พร้อมสร้างความแตกต่างในการนำองค์ความรู้ด้านวัสดุและเทคโนโลยีมาต่อยอดสู่การรับมือภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิดการทำงานที่แตกต่างของ GC ในการบูรณาการภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และภาคสังคม เพื่อขับเคลื่อน พัฒนาผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมที่ช่วย ยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมไทยในระยะยาว จากประสบการณ์ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ GC ได้นำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม ความเชี่ยวชาญด้านพลาสติกและเคมีภัณฑ์ มาต่อยอดสู่แนวคิด “การป้องกันเชิงรุกก่อนเกิดอุทกภัย” ซึ่งถือเป็น ความแตกต่างจากแนวทางการจัดการภัยพิบัติแบบเดิมที่มุ่งเน้นการเยียวยาหลังเกิดเหตุโดยมุ่งลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินตั้งแต่ต้นทางอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา นวัตกรรมผนังกั้นน้ำท่วมที่ออกแบบเพื่อการใช้งานในสถานการณ์จริง ผลิตด้วยจากกระบวนการ Rotational Molding จากเม็ดพลาสติกแบรนด์ InnoPlus ชนิด C6 (Hexene) LLDPE ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความแข็งแรง ทนทานต่อสภาวะแวดล้อม และคงรูปได้ดี ทำให้สามารถใช้งานเป็นผนังกั้นน้ำในระดับความสูง 0.4 – 1.0 เมตร ทนทานต่อการใช้งานกลางแจ้ง เคลื่อนย้ายสะดวก ถอดประกอบ ติดตั้งและจัดเก็บได้สะดวก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำท่วม ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจากภัยพิบัติทางน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็น กลไกสำคัญในการสร้างความแตกต่างให้กับอุตสาหกรรมพลาสติกไทย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Recycled และ BioPE แบบครบวงจร เพื่อต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์สาธารณูปโภคและป้องกันสาธารณภัย ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งสะท้อนศักยภาพของพลาสติกไทยในมิติความยั่งยืนและการใช้งานเชิงสังคม

GC ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมที่ไม่เพียงตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม แต่เป็นพร้อมในการรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติของประเทศในระยะยาว