GGC มั่นใจทั้งปี64 ผลประกอบการโตเข้าเป้าหรือดีกว่า

ผู้ชมทั้งหมด 697 

GGC เร่งแผนรุกขยายตลาดปี 65 หวังปั๊มยอดขายเพิ่ม รับมือแนวโน้มรายได้ลดลง เหตุราคาขายผลิตภัณฑ์อ่อนตัวลงจากปีนี้ ลั่นเปิดเดินเครื่องผลิตโครงการนคนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ เฟส 1 กลางเดือน ธ.ค.นี้ ก่อนลุยแผนการตลาด ไตรมาส1ปี65 พร้อมลงนาม 7-8 ฉบับกับ “เนเชอร์เวิร์คส์” สานต่อเฟส 2 ในเดือนธ.ค.นี้  

นายไพโรจน์ สมุทรธนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยในงาน Opportunity Day บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน Q3/2021 วันที่ 29 พ.ย.2564 โดยระบุว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2565 ยอมรับว่า ในส่วนของรายได้อาจลดลงจากปีนี้ ตามทิศทางราคาผลิตภัณฑ์ทั้งไบโอดีเซล(เมทิลเอสเทอร์) และแฟตตี้แอลกอฮอล์ (FA) ที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากปีนี้ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัท จะพยายามผลักดันยอดขายให้เติบโตสูงขึ้น จากการหาลูกค้าเพิ่ม เพื่อเพิ่มยอดขายทั้งแฟตตี้แอลกอฮอล์ (FA) และกลีเซอรีน ซึ่งบริษัทได้เตรียมพร้อมรับมือกับทิศทางของตลาดมาเป็นอย่างดี หลังจากมีประสบการณ์รับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงานทั้งปี 2564 หากประเมินจากไตรมาส 4 ของปีนี้ ที่ผ่านมาแล้ว 2 เดือนก็ทำให้มั่นใจว่า ผลประกอบการจะเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือทำได้ดีกว่า จากการบริหารจัดการสต็อกที่ทำได้ดีมาก จนมีกำไรจากการสต็อก(Stock Gain) ส่งผลให้ผลประกอบการปีนี้ดีขึ้นและเติบโตตามเป้าหมาย  

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า จากนโยบายของคณะกรรมการบริการนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่มีมติให้ปรับลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลทั่วประเทศ เหลือเกรดเดียวคือ ดีเซล บี7 ตั้งแต่ 1 ธ.ค.64-31มี.ค.65 จะทำให้ดีมานด์การใช้ไบโอดีเซลในส่วนของบี10และบี20 หายไป แต่บริษัทหวังว่าการเปิดประเทศจะช่วยให้ดีมานด์กลับมาเพิ่มขึ้น ซึ่งก็เดือนเห็นจากการเปิดประเทศในเดือนพ.ย.นี้ ส่งผลให้ยอดการใช้บี100 เพิ่มขึ้น และหวังว่าในเดือนธ.ค.นี้ ที่ฤดูการท่องเที่ยวจะสนับสนุนให้เกิดการเดินทางมากขึ้นและส่งผลต่อยอดการใช้เติบโตต่อเนื่อง

นายไพโรจน์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้า โครงการนครสวรรค์ ไบโอคอมเพล็กซ์ (NBC) ที่บริษัท ร่วมกับกลุ่ม KTIS ดำเนินโครงการใน ระยะที่ 1  มูลค่า 7,500 ล้านบาท มีแผนจะเปิดเดินเครื่องการผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งตรงกับฤดูกาลหีบอ้อย ทำให้สามารถเริ่มการหีบอ้อยได้ทันที และคาดว่าจะเริ่มแผนการตลาดได้ในช่วงปลายปีนี้ถึงไตรมาส 1 ปี65 ซึ่งจะเริ่มเจรจากับผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อเตรียมขายบี 100

ส่วนความคืบหน้าโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ระยะที่ 2 มูลค่า 1,400 ล้านบาท หลังจากที่บริษัท NatureWorks LLC (“NatureWorks”) ตัดสินใจลงทุนโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด(PLA) ซึ่งจะต้องเตรียมพร้อมเรื่องการผลิตไฟฟ้า ไอน้ำ วางระบบน้ำประปา ในพื้นที่นั้นได้เริ่มการปรับที่ดินแล้ว และคาดว่า ภายในเดือน ธ.ค.นี้ จะมีการลงนามประมาณ 7-8 ฉบับร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การเริ่มก่อสร้างโครงการ โดยตามกำหนดแล้ว โครงการนี้จะแล้วเสร็จในปี 2567 หรือ เสร็จทันตามแผนของ NatureWorks ที่จะเข้าใช้พื้นที่ในไตรมาส3 ปี65