GULF กางแผนลงทุน 5ปี(2569-2573) ระดับ 1.3 แสนลบ. มุ่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน

Loading

GULF ตั้งงบลงทุน 5ปี (2569-2573) ระดับ 1.3 แสนล้านบาท และปี2569 อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท มุ่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน มั่นใจผลประกอบการปี2569 โตต่อเนื่องจากปี 2568 หลังตั้งเป้ารายได้โต 10-15% จากโครงการใหม่ทยอยเปิดดำเนินการ 695 เมกะวัตต์ หนุนกำลังผลิตรวมแตะ17,200 เมกกะวัตต์ ในปี2569 พร้อมรับส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลจาก AIS ที่เพิ่มขึ้น จ่อออกหุ้นกู้ปี2569 วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท ชำระหุ้นกุ้เดิม ขณะที่ไตรมาส1/2569 จ่อบันทึกกำไรโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม 760 ล้านบาท ลั่นพร้อมชิงเค้กโครงการพลังงานในแผน PDP

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) GULF เปิดเผยในงาน Oppday YE/2025 วันที่ 26 ก.พ.2569 โดยระบุว่า บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปี (ปี2569-2573) อยู่ที่ 130,000 ล้านบาท มุ่งเน้นขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน 66% ,ธุรกิจก๊าซ 5%,ธุรกิจทรัพยากร 6% ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน 7% และธุรกิจ Data Center & Cloud 7% และโครงการM&A และอื่นๆ 13% เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าต่อเนื่อง

ขณะที่ปี 2569 บริษัท จะใช้งบลงทุนอยู่ที่ 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน 60% ,ธุรกิจก๊าซ 3%, ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน 1% และธุรกิจ Data Center & Cloud 8% และโครงการM&A และอื่นๆ 28%

ตั้งแต่ปี 2569 ถึงปี 2576 บริษัทจะมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องจากการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD)ของโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสขยายการลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการลงทุนที่อยู่ในแผน PDP ของภาครัฐ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจก๊าซฯ ,Direct PPA 2,000 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีความพร้อมทั้งประสบการณ์และเงินลงทุน

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2568 ที่มีรายได้รวม (total revenue) อยู่ที่ 135,596 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ (net profit) อยู่ที่ 86,562 ล้านบาท โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นประมาณ 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการของโครงการใหม่ ซึ่งในปีนี้โครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมรวมประมาณ 695 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 623 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็นโครงการ solar farms 4 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 321 เมกะวัตต์ และโครงการ solar BESS 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 302 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทำให้รับรู้รายได้เพิ่ม 570 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี (CM WTE) กำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 จะทำให้รับรู้รายได้เพิ่ม 120 ล้านบาทต่อปี และโครงการ solar rooftop ภายใต้ GULF1 คาดว่าจะทยอยจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพิ่มอีก 63 เมกะวัตต์ ในปีนี้

“ผลการดำเนินงานในปี2569 ที่เติบโตขึ้น ส่วนใหญ่มาจากการรับรู้การเปิดดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 659 เมกะวัตต์ ทำให้ปัจจุบันกำลังการผลิตที่อยู่ 16,500 เมกะวัตต์ จะเพิ่มขึ้นเป็น 17,200 เมกกะวัตต์ ในปี2569

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก data center เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทยอยปลดระวางลง โดยค่า Capacity Payment จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในช่วงกลางปี 2569 จาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ทำให้รับรู้รายได้เพิ่มประมาณ 600-700 ล้านบาท

ในส่วนของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่–กาญจนบุรี (M81) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือนมกราคมที่ผ่านมา มียอดผู้ใช้งานราว 40,000-50,000 คันต่อวัน ในขณะที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) มีกำหนดเปิดดำเนินการในช่วงไตรมาส 3/2569

สำหรับธุรกิจทรัพยากร ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนขยายการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70 ลำ หรือประมาณ 4-5 ล้านตัน เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้จาก shipper fee ควบคู่กับการดำเนินกลยุทธ์ LNG optimization เพื่อบริหารจัดการการนำเข้า การขนส่ง และการจำหน่าย LNG อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ นำเข้ามาแล้ว 11 ลำ หรือ ประมาณ 7 แสนตัน ซึ่งธุรกิจLNG จะมีกำไรประมาณ 1,000 ล้านบาทในปีนี้ ขณะที่สถานีรับ–จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG terminal) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1/2572

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2569 จะได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลรับจาก AIS ที่เพิ่มขึ้น ตามผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากการขยายฐานผู้ใช้บริการ 5G การเพิ่มขึ้นของ ARPU และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนการใช้คลื่นความถี่ที่ลดลงภายหลังจากการชนะการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz

ในขณะที่กลุ่มธุรกิจศูนย์ข้อมูลและคลาวด์ จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในปี 2569 โดยจะเป็นปีแรกที่บริษัทฯ รับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของศูนย์ข้อมูล GSA01 ขนาด 25 เมกะวัตต์ ขณะที่โครงการ GSA02 ซึ่งมีขนาด 38 เมกะวัตต์ และโครงการ GSA03 ซึ่งมีขนาดกำลังการให้บริการไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2570 โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการศูนย์ข้อมูลมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

ส่วนของธุรกิจคลาวด์ ภายหลังจากความร่วมมือกับ Google เพื่อดำเนินธุรกิจการให้บริการระบบคลาวด์ Google Distributed Cloud air-gapped แล้ว บริษัทฯ ได้ต่อยอดความร่วมมือกับ Google ภายใต้ข้อตกลง Strategic Framework Agreement เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชั่นด้าน AI ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มบริษัทฯ สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาโซลูชันที่รองรับทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) อาทิ ภาคการเงิน การแพทย์ โทรคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงผู้บริโภคทั่วไป (B2C) ตลอดจนการยกระดับกระบวนการดำเนินงานภายในด้วยเทคโนโลยี Agentic AI ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Sovereign Cloud สำหรับภาครัฐ ระบบธนาคารไร้สาขา (Virtual Banking) และการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงข่ายโทรคมนาคม อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงาน ประสบการณ์ลูกค้า และความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มบริษัทฯ ในระยะยาว

นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี2569 บริษัท ยังเตรียมบันทึกกำไรจากค่าไฟส่วนเพิ่มของ โครงการพลังงานลม ในเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 128 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการไฟฟ้าเวียดนาม ลงนามอนุมัติเพิ่มค่าไฟฟ้าเป็น 3.9 เซนต์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง โดยจะสามารถบันทึกกำไร อยูที่ 760 ล้านบาท

ส่วนแผนการออกหุ้นกู้นั้น ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนออกหุ้นกู้วงเงินรวมประมาณ 65,000 ล้านบาท ดังนี้ ช่วงเดือนมีนาคมนี้ บริษัทฯ มีแผนออกหุ้นกู้วงเงินรวมประมาณ 30,000–35,000 ล้านบาท โดยจะเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ เพื่อนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน ตลอดจนรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนก

ช่วงเดือนมิถุนายนนี้ บริษัทฯ มีแผนออกหุ้นกู้ (JPY Loan) วงเงินรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท และช่วงเดือนกันยายนนี้ บริษัทฯ มีแผนออกหุ้นกู้วงเงินรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท