IRPC จับมือ กฟผ. ผลักดันงานวิจัยสารสกัด Humic, Fulvic Acid จากเหมืองแม่เมาะ

ผู้ชมทั้งหมด 445 

IRPC จับมือ กฟผ.ร่วมผลักดันงานวิจัยสารสกัด Humic, Fulvic Acid จากเหมืองแม่เมาะสู่สารสกัดที่มีคุณประโยชน์ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา และความร่วมมือทางวิชาการ โดยมี นางสาววนิดา อุทัยสมนภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พาณิชยกิจและการตลาด บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC และ ดร.นิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. เป็นผู้ร่วมลงนามในครั้งนี้ เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยพัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมสารสกัด Humic, Fulvic acid จาก  Leonardite เพื่อนำไปใช้ในด้านการเกษตร เครื่องสำอาง และการแพทย์ เป็นต้น รวมถึงศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ทางธุรกิจของนวัตกรรมจนนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้ ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง

นางสาววนิดา กล่าวว่า IRPC ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างสรรค์นวัตกรรม นำองค์ความรู้ ความเข้าใจทั้งภายในและภายนอกองค์กรมาบูรณาการ และดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศ สอดรับกับวิสัยทัศน์ของ IRPC ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการใช้วัสดุและพลังงานเพื่อชีวิตที่ลงตัว การร่วมมือระหว่าง IRPC กับ กฟผ. ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีของทั้งสองฝ่ายที่จะร่วมมือกันในการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากผลพลอยได้ของเหมืองเพื่อสกัดสาร Humic, Fulvic Acid และองค์ประกอบอื่นๆ สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนาบุคลากร เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของประเทศสู่การเป็นประเทศเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

ดร.นิทัศน์ กล่าวว่า ทาง กฟผ. มีแผนพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมสารสกัด Humic acid/ Fulvic acid และ Humin จากวัสดุตั้งต้น คือ Leonardite อย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาของทีม กฟผ. ที่ผ่านมา พบศักยภาพที่น่าสนใจทั้งการใช้งานด้านการเกษตร เครื่องสำอาง และการแพทย์ เป็นต้น หากมีความร่วมมือกันด้วยความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่าย จะสามารถทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งจะเป็นการศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ทางธุรกิจของนวัตกรรมจนนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อภาพรวมการร่วมมือพัฒนาประเทศด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน