IRPC ลุ้นผลงานQ2/67 โตจากQ1 หวังสเปรดปิโตรเคมีหนุน

ผู้ชมทั้งหมด 191 

“ไออาร์พีซี” หวัง สเปรดปิโตรเคมีปรับขึ้นต่อเนื่อง หนุนผลประกอบการไตรมาส 2/67 โตขึ้นจากไตรมาส1/67 แม้ค่าการกลั่นปรับลดลง มั่นใจสถานะการเงินแกร่ง หลังบอร์ดอนุมัติกรอบเงินกู้ 1.2 หมื่นล้านบาทในปีนี้ ขณะที่ “WHAIER” ขายที่ดินเฟส 1 ใกล้หมดแล้ว หนุนรายได้ปี 67 พร้อมลุยปรับพื้นที่เฟส 2 ต่อ

นายพิจินต์ อภิวันทนาพร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บัญชีและการเงิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยในงาน Oppday Q1/2024 IRPC วันที่ 16 พ.ค.2567 โดยระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2ปี เทียบกับไตรมาส 1 ปีนี้ บริษัทยังคาดหวังว่า ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์(สเปรด)ธุรกิจปิโตรเคมี จะดีขึ้นจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา หลังต้นไตรมาส 2 พบว่าสเปรดปรับตัวดีขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะ พลาสติกชนิด PP ที่บริษัทมีปริมาณการผลิตจำนวนมาก ขณะที่ พลาสติกชนิด ABS ราคาปรับขึ้นอยู่ที่กว่า 700 ดอลลาร์ต่อตัน จากต้นปีอยู่ที่กว่า 500 ดอลลาร์ต่อตัน มีเพียงพลาสติกชนิด HDPE ที่ราคาอ่อนตัวลง

อย่างไรก็ตาม ค่าการกลั่นในไตรมาส 2 อ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ฉะนั้น จะต้องติดตามดูว่าในช่วงที่เหลือของไตรมาส 2 นี้ ทิศทางผลการดำเนินงานของธุรกิจปิโตรเคมีกับค่าการกลั่น ตัวไหนจะมีน้ำหนักต่อผลประกอบการมากกว่ากัน

สำหรับสถานะการเงินของบริษัทในปีนี้ มั่นใจว่า สภาพคล่องยังดีอยู่ และไม่มีความจำเป็นต้องออกหุ้นกู้ เนื่องจากบอร์ดบริษัท ได้อนุมัติกรอบวงเงินในการระดมทุนปีนี้ ไว้แล้วอยู่ที่ไม่เกิน 1.2 หมื่นล้านบาท หลังจากเห็นทิศทางของราคาปิโตรเคมีที่เผชิญกับความไม่แน่นอนตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันได้ทำสัญญาบริหารเงินทุนกับสถาบันการเงินไปแล้ว 4-5 แห่งภายใต้กรอบวงเงินดังกล่าว ประกอบกับผลประกอบการไตรมาส 1ที่ออกมา มี EBITDA กว่า 4,000 ล้านบาท จึงมั่นใจว่า สภาพคล่องไม่มีปัญหา รวมถึงการชำระคืนหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยด้วย ฉะนั้นในปีนี้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องออกหุ้นกู้เพิ่มเติม แต่ในปีหน้า อาจจะต้องออกหุ้นกู้เพิ่มเติม โดยจะติดตามสถานการณ์ธุรกิจในช่วงปลายปีนี้ เพื่อขออนุมัติบอร์ดต่อไป ส่วนจะระดมทุนในรูปแบบไหนนั้น คงต้องประเมินในระยะต่อไป

ส่วนความคืบหน้า โครงการนิคมอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง (WHAIER) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ที่เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ไออาร์พีซี และบริษัทดับบลิวเอชเออินดัสเตรียลดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHAID) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 40 และ WHAID ถือหุ้นร้อยละ 60 เพื่อการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้พร้อมรองรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ปัจจุบัน การลงทุนในเฟสที่ 1 ได้ขายพื้นที่ไปเกือบหมดแล้ว ทำให้จะรับรู้รายได้ในปีนี้ และรายได้บางส่วนจะนำไปใช้สำหรับปรับที่ดินเพื่อเตรียมขายพื้นที่ในเฟสที่ 2 ต่อไป

ขณะที่ธุรกิจท่าเรือของบริษัท ที่มีอยู่ 2 ท่าเรือนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากท่าเรือทั้ง 2 แห่ง ทั้งการเพิ่มการใช้บริการ การรับจ้างขนส่งสินค้า หรือ การร่วมมือกับพันธมิตร เป็นต้น เพื่อหาแนวทางเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทในอนาคต

“การรุกตลาดใหม่ๆของบริษัท โดยเฉพาะการเข้าไปเจาะตลาดประเทศอินเดียนั้น บริษัทได้เริ่มดำเนินการเข้าไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา แต่เนื่องจากว่า ทุกประเทศหันมาเล็งการทำตลาดในอินเดียเช่นเดียวกัน เพื่อทดแทนการทำตลาดในจีนที่ซบเซาลง ฉะนั้น การหาลู่ทางลงทุนจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่บริษัทยังคงเดินหน้าหาโอกาสการลงทุนในอินเดียต่อไป เพราะมองว่าเป็นตลาดที่จะเติบโตอย่างมีศักยภาพในอนาคต”  

ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าที่เป็นการลงทุนผ่านบริษัทร่วมทุน คือ  ไออาร์พีซี คลีน พาวเวอร์ ซึ่งกำลังจะเปิดดำเนินการผลิตไฟฟ้าในยูนิตใหม่ช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ก็น่าจะเป็นอีส่วนที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้น