IRPC หวังไตรมาส 2 Market GIM ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ผู้ชมทั้งหมด 685 

ไออาร์พีซี ชี้ราคาน้ำมันดิบขาขึ้นยังสร้าง stock gain ขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมยังดี หนุนไตรมาส 2 Market GIM อยู่ในเกณฑ์ที่ดี พร้อมลุยลงทุนตามกลยุทธ์ 5 ปี ดัง EBITDA แตะ 3.5 หมื่นล้านบาทในปี 2573

น.ส.กัญญามาส ฤทธิเดช ผู้จัดการฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยในงาน Oppday Q1/2022 บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) IRPC โดยระบุว่า แนวโน้มราคาน้ำมันที่อยู่ในช่วงขาขึ้นในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ จะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิด stock gain แม้ว่าจะถูกกดดัน จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้ำมัน (Crude Premium) ที่คาดว่าอาจจะเพิ่มขึ้นราว 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์(สเปรด)ปิโตรเลียมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะสเปรดดีเซลสูงขึ้นจากไตรมาส 1 ดังนั้น น่าจะส่งผลบวกต่อกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) ในไตรมาส 2  ที่ โดยคาดว่า ราคาน้ำมันดิบทั้งปีนี้ จะอยู่ในระดับ 90 -100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำหรับงบลงทุนตามกลยุทธ์ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (ปี65-69) บริษัทตั้งงบประมาณอยู่ที่ไว้ประมาณ 41,350 ล้านบาท และปีนี้ จะใช้งบประมาณอยู่ราว 20,692 ล้านบาท ซึ่งหลักจะใช้ในโครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) เพื่อรองรับการผลิตน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 ประมาณ 6,108 ล้านบาท และงบอื่นๆ อีก 8,969 ล้านบาท ที่จะพิจารณาเรื่องของการลงทุนโครงการใหม่ๆ เป็นต้น

โดยจะมุ่งเน้นขับเคลื่อนการลงทุนตามวิสัยทัศน์การเป็นองค์กร “สร้างสรรค์นวัตกรรมการใช้วัสดุและพลังงาน เพื่อชีวิตที่ลงตัว” ที่สอดรับกับทิศทางของโลกในอนาคต เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกรูปแบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) แตะ 25,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 และแตะ 35,000 ล้านบาท ภายในปี 2573

พร้อมเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง กลุ่มผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty) โดยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ Specialty เป็น 52% ในปี 2568 จากปัจจุบัน ไตรมาส1/2565 อยู่ที่ 21% และสิ้นปีนี้ จะอยู่ที่ 24%

ส่วนความคืบหน้า โครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันจากเดิมมาตรฐานยูโร 4 ไปสู่มาตรฐานยูโร 5 เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อม ปัจจุบัน การก่อสร้างคืบหน้า 35% จะแล้วเสร็จตามนโยบายของภาครัฐในเดือนม.ค.ปี 2567

และโครงการ Innopolymed ที่ผลิตผลิตผ้าไม่ถักทอ (Non-woven Fabric) และวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (Medical Consumables) อย่างเช่น หน้ากากอนามัย เฟส 1 แล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา จะเริ่มทำการขายในเดือนนี้ และเฟส 2 จะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งจะทำให้ทั้งโครงการเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้า 89% แล้ว ซึ่งตลาดนี้จะมีอัตราการเติบราว 4-9% ต่อปี