![]()
ไออาร์พีซี ร่วมกับ เบเยอร์ ประกาศจัดตั้ง “ไอบีไอซี” พัฒนา ผลิต จำหน่ายสี และสารเคลือบโครงสร้างเหล็ก สำหรับภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ตอบโจทย์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และยั่งยืน

นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (ไออาร์พีซี) กล่าวว่า “การจัดตั้ง บริษัท ไอบีไอซี จำกัด เป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดศักยภาพด้านนวัตกรรมวัสดุขั้นสูงของไออาร์พีซี สู่ธุรกิจปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ช่วยทดแทนการนำเข้า และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ในตลาดอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศและภูมิภาคอาเซียน” การจัดตั้ง ไอบีไอซี เป็นความร่วมมือระหว่างไออาร์พีซีและเบเยอร์ ในสัดส่วน 45 : 55 เพื่อดำเนินธุรกิจสี และสารเคลือบอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าตลาดในระดับภูมิภาคกว่า 26,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีแผนเริ่มดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ในปี 2569 และขยายสู่ตลาดอาเซียนภายใน 2 ปี เพื่อรองรับความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทานสูง และสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
“ความร่วมมือครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการสร้าง New S-Curve ทางธุรกิจของไออาร์พีซี ภายใต้แนวคิด Step Up & Beyond ผ่านการต่อยอดจากธุรกิจเดิมสู่โอกาสใหม่ ด้วยการลงทุนในธุรกิจที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก โดยร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนต่อเงินลงทุนในระยะยาว ควบคู่กับการผสานมิติ ด้านความยั่งยืน ตามเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593” นายเทอดเกียรติกล่าว
ไอบีไอซี ยังเป็นการผสานจุดแข็งของไออาร์พีซีด้านการวิจัยและพัฒนาวัสดุ Polytetrafluoroethylene (PTFE) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง ช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างเหล็ก ลดความถี่ในการซ่อมบำรุง และเพิ่มความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ตลอดอายุการใช้งาน


ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบเยอร์ จำกัด กล่าวว่า “เบเยอร์มุ่งสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยประสบการณ์กว่า 65 ปี เราเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า และความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบเคลือบประสิทธิภาพความคงทนสูงที่ช่วยลดต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน และตอบโจทย์ทิศทาง Green Infrastructure และเป้าหมาย Net Zero ของภาคอุตสาหกรรม
ความร่วมมือกับไออาร์พีซีในการจัดตั้ง บริษัท ไอบีไอซี จำกัด คือก้าวสำคัญที่ยกระดับอุตสาหกรรมสีไทย จากผู้ผลิตสินค้า สู่ผู้พัฒนาโซลูชันครบวงจรสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมหนัก ที่ไม่ได้มุ่งแค่ความทนทาน แต่พัฒนาระบบสีเคลือบประสิทธิภาพสูงและคงทนในระยะยาว ช่วยบริหาร Lifecycle Cost ได้อย่างชัดเจน พร้อมยกระดับการปกป้องโครงสร้างเหล็กในทุกสภาวะ”
ผลิตภัณฑ์ของไอบีไอซี ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
การจัดตั้งไอบีไอซี ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ Supply Chain ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์เฉพาะทางจากต่างประเทศ และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล โดยมีแผนขยายตลาดจากประเทศไทยสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และต่อยอดสู่ตลาดอาเซียนในอนาคต