NEX โชว์โรงงานรถ EV ครบวงจร หวังกวาดตลาดอาเซียนครองเจ้ายานยนต์ไฟฟ้า

ผู้ชมทั้งหมด 631 

NEX เปิดตัวโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ แบบครบวงจรแห่งแรกของคนไทยอย่างเป็นทางการ โชว์เทคโนโลยีทันสมัยครบครัน จ่อบุกประเทศกลุ่มอาเซียน หวังครองตลาดรถ EV เชิงพาณิชย์ เตรียมจัดแผนรับมือคู่แข่ง ตั้งศูนย์บริการหลังการขาย พร้อมเพิ่มสถานีชาร์จให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

นายคณิสสร์  ศรีวชิระประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรสายการผลิตรถโดยสารไฟฟ้า ณ บริษัท แอ๊บโชลูท แอสเซมบลี จำกัด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบครบวงจรแห่งแรกของคนไทย ก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทเน็กซ์ พอยท์ จํากัด (มหาชน) ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวโรงงานฯอย่างเป็นทางการ

นายคณิสสร์ กล่าวว่า ปัจจุบันโรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิตสูงสุด 9,000 คันต่อปี โดยได้ดำเนินธุรกิจผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ อาทิ รถโดยสารไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า และรถอุตสาหกรรมไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ ภายในโรงงานมีโรงเชื่อมที่มีเครื่องตัดแผ่นโลหะด้วยเลเซอร์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ พร้อมเครื่องจับยึดและอุปกรณ์กำหนดตำแหน่ง ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน โรงทำสีที่ใช้การชุบโลหะด้วยไฟฟ้า EDP หรือ Electro Deposition Painting เพื่อเคลือบผิวตัวถังรถ ให้มีผิวที่เรียบ และมีความหนาสม่ำเสมอ มีความแข็งแรง กันสนิมได้ดีและทนทานต่อการสึกหรอ

นอกจากนี้ยังมีบ่อชุบสี มากถึง 12 บ่อ และมีขนาดบ่อใหญ่ที่สุดในอาเซียน พร้อมนวัตกรรมหุ่นยนต์พ่นสีอัตโนมัติ ส่วนโรงประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในและภายนอก ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้มากขึ้น ดังนั้นเชื่อมั่นว่าจะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถผลิตและประกอบยานยนต์ไฟฟ้าได้เอง เป็นการช่วยลดการนำเข้า และเพิ่มศักยภาพการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้ในอนาคต อีกทั้งยังจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

นายคณิสสร์ กล่าวต่อไปว่า เวลานี้ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องไม่เฉพาะในไทยเท่านั้น ซึ่งทางเน็กซ์ พอยท์ก็มองไปถึงตลาดกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย ที่ถือเป็นตลาดค่อนข้างใหญ่ เพราะเมื่อเรามีโรงงานผลิตและประกอบรถ EV ที่ได้มาตรฐานและมีกำลังผลิตเพียงพอก็น่าจะเป็นโอกาสในการช่วงชิงความเป็นผู้นำของรถ EV เชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับตลาดทั้งในและอาเซียนที่จะเติบโตขึ้นทุกปีได้

“เน็กซ์ได้เตรียมวางแผนรับมือตลาดที่ใหญ่ขึ้นและมีคู่แข่งที่มากขึ้นตามไปด้วย โดยได้วางระบบการให้บริการที่ครบวงจร ไม่ใช่เป็นแค่โรงงานผลิตและประกอบรถเพื่อขายเท่านั้น แต่เรามีการวิจัยสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าอย่างแท้จริง มีระบบไฟแนนซ์ที่รองรับกำลังซื้อของลูกค้า ที่สำคัญเรามีพันธมิตรที่เป็นโรงงานผลิตแบตเตอร์รี่ และมีสถานีชาร์จ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1,700 แห่ง กำลังเตรียมขยายเพิ่มให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงยังตั้งศูนย์บริการหลังการขาย มีทีมงานที่แข็งแกร่ง และมีสต๊อกอะไหล่ที่สามารถซ่อมได้ทุกชิ้นส่วนอย่างเพียงพอด้วย” ซีอีโอ NEX กล่าว