OR ตั้งเป้าปี69 เพิ่มมาร์เก็ตแชร์ธุรกิจน้ำมัน 1-2% หวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ “รัฐบาลใหม่”

Loading

โออาร์ ตั้งเป้า ปี2569 เพิ่มมาร์เก็ตแชร์ธุรกิจน้ำมัน 1-2% ดันสัดส่วนทะลุ 40% สอดรับการเติบโตของ GDP ที่คาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมรักษามาร์จิ้นใกล้เคียงปี2568 ระดับ 0.90- 1.00 บาทต่อลิตร ขณะที่ยอดขายน้ำมันเครื่องบินโตต่อเนื่องจากปี2568 ด้านยอดขายอเมซอน ตั้งเป้าแตะ 1.2 ล้านแก้วต่อวัน คาดปี2570 เริ่มรับรู้ EBITDA ธุรกิจ Budget Hotel

นางสาววิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยในงาน Oppday YE/2025 ของ OR วันที่ 20 ก.พ.2569 โดยระบุว่า ในปี2569 OR ตั้งเป้าหมายจะมีส่วนแบ่งการตลาด(มาร์เก็ตแชร์) เพิ่มขึ้น 1-2% หรือมีสัดส่วนมากกว่า 40%และจากสิ้นปี2668 ที่มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ระดับ 39.6% เป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ ซึ่งเป็นการเติบโตที่สอดคล้องกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ(GDP)ไทยในปี 2569 ที่ทางสำนักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คาดการณ์ว่าจะขยายตัวในกรอบ 1.5-2.5% โดยต้องจับตานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยวของรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตที่สำคัญ

รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้ที่คาดการณ์ว่า จะอยู่ที่ระดับ 35 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี2568 ที่ระดับ 33 ล้านคน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายน้ำมันอากาศยาน(Jet) ของ OR ให้ขยายตัวต่อเนื่อง จากปี2568 ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 10% สูงกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมฯนี้ ที่เติบโต 7% อีกทั้ง ตัวเลขคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบ ปี2569 อยู่ในกรอบ 60-64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงจากปี 2568 จะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนมาร์จิ้นและยอดขายของน้ำมัน Jet ในปีนี้ ให้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ OR ยังตั้งเป้าหมายรักษามาร์จิ้นเฉลี่ยของธุรกิจน้ำมันในปี2569 ให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี2568 หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่า จะรักษามาร์จิ้นให้อยู่ในกรอบ 0.90-1.00 บาทต่อลิตร จากปี2568 อยู่ที่ระดับ 93 สตางค์ต่อลิตร

ส่วนยอดขายกาแฟ ผ่านร้านคาเฟ่อเมซอน OR ตั้งเป้าหมายในปี 2569 จะมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง หรือ อยู่ที่ 1.2 ล้านแก้วต่อวัน จากปี2568 อยู่ที่ระดับ 1 ล้านแก้วต่อวัน

อีกทั้งในส่วนของธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) หรือ ก๊าซหุงต้ม ภาพรวมยอดขายส่วนใหญ่จะอยู่ที่ตลาดภาคอุตสาหกรรม แต่ในส่วนของสถานีบริการ(ปั๊ม)LPG จะเห็นว่าความต้องการใช้ลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันมีพลังงานชนิดอื่นเข้ามาทดแทน และจุดประสงค์หลักของประเทศในการสนับสนุนการใช้ LPG จะมุ่งเน้นไปที่ภาคครัวเรือนเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ธุรกิจLPG นั้น OR ยังึงมีมาร์เก็ตแชร์ เป็นอันดับที่ 1

นางสาววิไลวรรณ กล่าวว่า การขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ของ OR จะเห็นว่า OR มีการลงทุนในธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจหลัก แต่เนื่องจากรูปแบบการใช้พลังงานของโลกและประเทศไทยที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันทำให้ความต้องการใช้น้ำมันของโลกเติบโตลดลง ทางOR ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการ ก็ต้องปรับตัวตามทิศทางการใช้พลังงาน โดยจะเห็นว่าในปัจจุบัน ด้าน ธุรกิจ Mobility ยังทำหน้าที่เป็นผู้ใช้บริการน้ำมัน และเพิ่มเติมการรองรับการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ เช่น ปั๊มชาร์จ EV และพัฒนาแอพลิเคชั่นที่เพิ่มความสะดวกรองรับผู้ใช้งานรถEV ทั่วประเทศ และปัจจุบันมาร์จิ้นของปั๊มชาร์จEV เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต OR ก็จะพัฒนาการให้บริการเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนสถานีและเทคโนโลยีที่ชาร์จเร็วขึ้น

ด้านธุรกิจ Lifestyle ที่นอกจากจะเน้นเรื่องธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม( F&B) ก็ยังคงมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามเพิ่มเติม เช่น การตัดสินใจลงทุนธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel)  ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (Modulus) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ร่วมกับบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL) หรือบริษัทในเครือ โดย Modulus จะถือหุ้นในสัดส่วน 49% และ CENTEL ถือหุ้นในสัดส่วน 51% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท เริ่มก่อสร้าง 6 แห่งในปีนี้ และทยอยเปิดให้บริการในปี 2570 โดยคาดว่า จะเริ่มรับรู้กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) หลังจากเปิดให้บริการในปี2570

“ปัจจุบัน มาร์จิ้นธุรกิจ ธุรกิจ Lifestyle มีพอร์ตใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และตั้งใจจะขยายพอร์ตให้เติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากธุรกิจ Lifestyle มีมาร์จิ้นสูงกว่า ธุรกิจน้ำมัน”

ทั้ง ข้อมูลสิ้นปี 2568 OR มีสถานีบริการ PTT Station ทั้งสิ้น 2,768 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศ 2,410 แห่ง ในต่างประเทศ 358 แห่ง มีร้านคาเฟ่ อเมซอน อยู่ที่ 5,036 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศ 4,705 แห่ง ในต่างประเทศ 331 แห่ง มีสถานีชาร์จ EV Station PluZ จำนวน 1,349 แห่ง หรือ ติดตั้ง 2,931 หัวชาร์จ(DC) ครอบคลุม 77 จังหวัด และมีร้าน Convenience Store จำนวน 2,468 สาขา โดย ณ 31 ธ.ค.2568 OR มีกระแสเงินสด อยู่ที่ระดับ 33,239 ล้านบาท