![]()
OR เผยผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 9.0 % จากปีก่อนหน้า ขณะที่มีกำไรสุทธิ 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 47.8% สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนในสภาวะตลาดที่ท้าทาย พร้อมเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle อย่างต่อเนื่อง

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงผลการดำเนินการปี 2568 มีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 65,235 ล้านบาท หรือลดลง 9.0% จากปี 2567 ตามทิศทางการปรับลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับปริมาณจำหน่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม OR สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.2% จากปีก่อนหน้า โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Mobility จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล
ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Café Amazon ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพจากการยุติธุรกิจที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามแผนในปี 2567
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 OR มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 155,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยฤดูกาล โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility มีรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปริมาณจำหน่ายที่ขยายตัว โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้เพิ่มขึ้นจากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ส่วนกลุ่มธุรกิจ Global มีรายได้ปรับลดลงจากปริมาณจำหน่ายที่ชะลอตัวในบางประเทศ
ทั้งนี้ ในไตรมาสดังกล่าว OR มี EBITDA จำนวน 4,443 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,078 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จาก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในปี 2568 OR มีกำไรสุทธิจำนวน 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,654 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47.8% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.94 บาท


OR ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle ตลอดทั้ง Value Chain ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจ Mobility และการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจ Global อย่างรอบคอบ เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และส่งมอบคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งพัฒนา OR Ecosystem ให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว