PEA ก้าวสู่ปีที่ 67 มุ่งสู่ “Sustainable Energy Utility for ALL” เร่งขยายโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ

Loading

ถ้าย้อนอดีตเรื่องระบบไฟฟ้านั้นประเทศไทยเริ่มมีไฟฟ้าใช้ครั้งแรกปี พ.ศ. 2427 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ขณะที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA เริ่มก่อตั้งวันที่ 28 กันยายน 2503 และเริ่มมีการขยายไฟฟ้าสู่ชนบท ตลอดจนการพัฒนาระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ PEA ครบรอบ 66 ปี ก้าวสู่ปีที่ 67  วางยุทธศาสตร์ 10 ปี (2570-2574) มุ่งสู่ “Sustainable Energy Utility for ALL”

นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวภายในงานวันสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด ว่า ตลอด 66 ปี PEA ทำหน้าที่จัดหาและให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันกำลังก้าวสู่บทบาท “ผู้ให้บริการพลังงานแห่งอนาคต” ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล AI นวัตกรรม และพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับระบบไฟฟ้าและบริการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาคพลังงาน

สำหรับยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 10 ปี (2570 – 2580) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “Sustainable Energy Utility for ALL”โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ระยะแรกระหว่างปี 2570 – 2571 วางเป้าการสู่การเป็น Stronger Digital and Green Grid โดยการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียน และความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ วางรากฐานการเติบโตใหม่ผ่านการขยายบริการด้านพลังงาน การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ และการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ตลอดจนเสริมความพร้อมองค์กรด้วย Digital, AI และการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ระยะที่ 2 ปี 2572 – 2574 มุ่งสู่เป้าหมายการเป็น Smart Energy Solution and Shaper of Energy Transition โดยการส่งมอบโซลูชันพลังงานแบบบูรณาการ เพื่อสนับสนุนทุกกลุ่มภาคธุรกิจ ชมชน และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์และคาร์บอนต่ำ การสร้างและต่อยอดแหล่งการเติบโตใหม่ ผ่านธุรกิจพลังงานนวัตกรรม แพลตฟอร์มดิจิทัล และความร่วมมือใน Ecosystem การขับเคลื่อน Enterprise Transformation ด้วย data AI และ intelligent operations เพื่อเพิ่ม productivity และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า การเสริมพลังขับสู่ Energy Transition และ Grid Decentralization ผ่านการลงทุนโครงข่าย บริการด้าน flexibility และการบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเชิงรุก

ระยะที่ 3 ปี 2575 – 2580 มุ่งสู่เป้าหมาย Sustainable Energy Utility for ALL โดยการเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทย และเป็น shaper partner ด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการพลังงานที่มั่นคง อัจฉริยะ และยั่งยืน การสร้างมูลค่าระยะยาวผ่านพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย และก้าวสู่การเป็น Learning Enterprise และเป็นองค์กรสมรรถนะสูง ขับเคลื่อนด้วย Data AI และบุคลากร เพื่อส่งมอบความยั่งยืนแก่ลูกค้า และสังคม

ยกระดับโครงข่าย รับ Energy Transition

PEA มีแผนดำเนินโครงการ Smart Grid ภายใต้วงเงินรวม 17,665 ล้านบาท เพื่อยกระดับระบบจำหน่ายสู่ Smart Grid และ Grid Modernization เพื่อรองรับ Solar Rooftop รถยนต์ไฟฟ้า (EV) Data Center และพลังงานหมุนเวียน โดยนำ Smart Meter และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงข่าย รวมถึงเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Direct PPA และการเชื่อมต่อพลังงานสะอาด

“AI GOES” ยกระดับการทำงานและบริการ

PEA นำ AI มาประยุกต์ใช้ภายใต้แนวคิด “AI GOES” ครอบคลุมการบริหารโครงข่าย การปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาธุรกิจ และบริการประชาชน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดขั้นตอน และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ

ไฟฟ้าต้องเข้าถึงทุกคน

นายมงคล กล่าวว่า PEA ขยายระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมครัวเรือนและพื้นที่ทำกิน สนับสนุนคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจ สำหรับพื้นที่ห่างไกลใช้ Solar Energy ร่วมกับ BESS เป็นทางเลือกในการจัดหาไฟฟ้า เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงพลังงานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดย PEA ได้ดำเนินโครงการขยายเขตไฟฟ้าด้วยวิธีปักเสาพาดสายให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ระยะที่ 3 ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (2568 – 2572) งบประมาณ 6,500 ล้านบาท และมีเป้าหมาย 146,000 ครัวเรือน ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง 43,913 ครัวเรือน

การดำเนินโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตร ระยะที่ 3 ระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี (2568 – 2572) งบประมาณ 2,500 ล้านบาท เป้ากมาย 50,000 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง 5,580 ราย พร้อมกันนี้ยังได้ดำเนินโครงการจัดหาไฟฟ้าให้กลุ่มบ้านในพื้นที่ห่างไกล ระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 ปี (2569 – 2570) งบประมาณ 75 ล้านบาท โดยการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนดินขนาดเล็ก พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน และระบบไฟฟ้าแรงต่ำ รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้พื้นที่เกาะต่างๆ ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ จำนวน 11 เกาะ วงเงินเงินลงทุนรวม 6,135 ล้านบาท เพื่อขยายการให้บริการพลังงานไฟฟ้าให้ประชาชนบนเกาะ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถบนเกาะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนที่ดีขึ้น โดยโครงการนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและศึกษาความเหมาะสม จำนวน 9 เกาะ และรอความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 เกาะ

เตรียมระบบสำหรับตลาดไฟฟ้ายุคใหม่

PEA พัฒนา Energy Trading Platform (ETP) และ TPA Platform เพื่อรองรับการซื้อขายพลังงานสะอาดและการใช้โครงข่ายในรูปแบบใหม่ โดยคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรม และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า

บริการดิจิทัล สะดวกในทุกขั้นตอน

PEA Smart Plus และ PEA e-Service ช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าจัดการบริการได้ง่ายผ่านช่องทางดิจิทัล ตั้งแต่ชำระค่าไฟ ยื่นคำร้อง ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้า รับ e-Bill/e-Receipt การแจ้งเตือน ตลอดจนบริการด้าน Solar Rooftop และยานยนต์ไฟฟ้า

66 ปีแห่งความไว้วางใจ คือรากฐานของก้าวต่อไป

นายมงคล กล่าวว่า PEA จะต่อยอดความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชน ด้วยเทคโนโลยี Smart Grid, AI พลังงานสะอาด และนวัตกรรม เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าเป็นมากกว่าความสว่าง แต่เป็นพลังที่สร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทย