PTTGC วางเป้ายอดขายปีนี้โต 7-10% ดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ 3 Steps Plus  

ผู้ชมทั้งหมด 882 

PTTGC วางเป้ายอดขายปีนี้โต 7-10% หลังเศรษฐกิจโลกเริ่มจะปรับตัวดีขึ้น ความต้องการใช้ปิโตรเคมีมีแนวโน้มฟื้นตัว ขณะที่แผนการลงทุนปี 67 เตรียมงบลงทุน 100-150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เน้นลงทุนต่อเนื่องโครงการเดิม ชะลอการลงทุนโครงการใหม่ พร้อมเดินหน้าตามกลยุทธ์ 3 Steps Plus  

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าปริมาณขายปี 2567 จะเติบโต 7-10% จากปริมาณการขายในปี 2566 อยู่ที่ 13 ล้านตัน และมีรายได้จากการขาย 6.16 แสนล้านบาท โดยคาดว่า เศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น กำลังการผลิตและความต้องใช้ปิโตรเคมีคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2567 ส่วนแนวโน้มตลาดปิโตรเคมีหากดูจากปริมาณซัพพลายปีนี้เชื่อว่าจะดีกว่าปี 2566 เพราะน่าจะยัง Over Supply อยู่บ้าง ขณะที่ธุรกิจ Allnex คาดปริมาณการขายดีขึ้น 10% ตามการฟื้นตัวของกลุ่ม Automotive

ขณะที่ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์พาราไซลีนกับแนฟทาจะลดลงมาอยู่ที่ 370-390 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนต่างของราคาเบนซีนและแนฟทาจะอยู่ที่ 240-260 เหรียญสหรัฐต่อตันใกล้เคียงปีก่อน อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงอะโรเมติกส์อยู่ที่ 94% ส่วนผลิตภัณฑ์เอทิลีนจะอยู่ที่ 910-940 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาผลิตภัณฑ์โพรพิลีนจะอยู่ที่ 900-930 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ตลาดเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนคาดว่าราคาเฉลี่ยเม็ดพลาสติก HDPE จะอยู่ที่ 1,050-1,080 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2566

ส่วนแผนการลงทุนในปี 2567 บริษัทฯ เตรียมงบลงทุนไว้ราว 100-150 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ การขยายธุรกิจผลิตและจำหน่าย PVC รวมถึงการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ Allnex ซึ่งภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน การลงทุนจะต้องรอบคอบ ระมัดระวัง ดังนั้นในปีนี้บริษัทฯ ยังไม่มีแผนทุนโครงการใหม่

ด้านแผนการดำเนินงานในปี 2567 นายคงกระพัน กล่าวว่า ด้วยปัจจัยภายนอกทั้งจากเมกะเทรนด์ต่างๆ Industry Landscape รวมถึงภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและการดำเนินธุรกิจ จึงทำให้การดำเนินงานในปี 2567 ยังคงมีความท้าทาย PTTGC จึงกำหนดทิศทางและทบทวนกลยุทธ์ 3 Steps Plus ที่ดำเนินมาอย่างถูกทางแล้วให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และปรับให้สอดคล้องกับ Industry Landscape ที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบด้วย

Step Change สร้างรากฐานแข็งแกร่งด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการพัฒนาความร่วมมือในมิติต่างๆ รวมถึงมุ่งเน้นการเติบโตทางธุรกิจที่เน้นตลาด (Market-Focused Business) โดยการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกและเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Products: HVP) มีเป้าหมาย 56% ในปี 2571 และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม

Step Out แสวงหาโอกาสใหม่เพื่อสร้างการเติบโต และดูแลด้านต้นทุนของ Allnex พร้อมขยายตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพเเละผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (Bio & Circularity) มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์รีไซเคิล รวมถึง Bio-Refinery โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้สามารถนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องต่างๆ ได้มากมาย ทั้งในอุตสาหกรรมสุขอนามัยส่วนบุคคล อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ และอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ฯลฯ และ Step Up สร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ โดยดำเนินงานด้าน Decarbonization ให้เป็นไปตามเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 รวมถึงมุ่งมั่นรักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ PTTGC ยังวางแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยการหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และ Non-Core Businessและยังอยู่ระหว่างศึกษาธุรกิจใหม่เกี่ยวกับไฮโดรเจนและคาร์บอน โดยใช้จุดแข็งและความเชี่ยวชาญที่ PTTGC มีในธุรกิจไฮโดรคาร์บอน สร้างความแตกต่างและผลตอบแทนทางธุรกิจในอนาคต มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ที่ได้วางไว้

โดยที่ผ่านมาได้มีการลงนามความร่วมมือศึกษาเทคโนโลยีการพัฒนาโรงงานปิโตรเคมีระหว่าง PTTGC กับ บริษัท มิตซูบิชิ ฮีวี่ อินดัสทรี เอเชียแปซิฟิก จำกัด หรือ MHI-AP โดยมี 2 เป้าหมายหลัก ได้แก่ ศึกษาเพื่อเปรียบเทียบความเป็นไปได้ในการใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนีย เป็นเชื้อเพลิงสำหรับกังหันแก๊ส (Gas Turbine) และเทคโนโลยีการดักจับ จัดเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ในกระบวนการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และศึกษาหาแนวทางการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพในระบบดักจับ จัดเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เหมาะสมสำหรับกระบวนการผลิตไฮโดรเจน หรือ Steam Methane Reforming (SMR)

นายคงกระพัน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากลที่ยืนหนึ่งด้านความยั่งยืนของ PTTGC ในปี 2567 นี้ PTTGC จึงต่อยอดแนวคิด “ดีขึ้นเพื่อคุณ ดีขึ้นเพื่อโลก” พร้อมชวนทุกคนมาเป็น “GEN S..Generation Sustainability คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน” สร้างแรงกระเพื่อมการใช้ชีวิตแบบ Net Zero Lifestyles ร่วมกู้โลกจากภาวะโลกเดือด ด้วยหลากหลายไอเดียการใช้ชีวิตเพื่อโลกยั่งยืน เช่น รับประทานอาหารให้หมด ลด Food Waste ปิดน้ำและถอดปลั๊กไฟเมื่อไม่ใช้ การใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ใช้ซ้ำ ใช้อย่างคุ้มค่า หรือช่วยคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี