RATCHมั่นใจผลงานปี64ทะลุเป้า-เตรียมปิดดีลโครงการใหญ่

ผู้ชมทั้งหมด 564 

RATCH มั่นใจผลงานปี 64 ทะลุเป้า กำลังการผลิตไฟฟ้าสิ้นปีเพิ่มเป็น 8,874 เมกะวัตต์ ไตรมาส 4 เตรียมปิดดีลซื้อกิจการโครงการใหญ่มูลค่ากว่า 5 พันล้าน ครึ่งปีหลังรับรู้รายได้อีก 2 โครงการ 160 เมกะวัตต์ ขณะครึ่งปีแรกกำไร 4,211 ล้านบาท

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า บริษัทฯ มั่นใจว่าภาพรวมผลงานดำเนินงานในปี 2564 จะเติบโตเกินเป้าหมาย โดยเฉพาะในแง่ของกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยปัจจุบันนั้นบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นเป็น 8,290 เมกะวัตต์ โดยในจำนวนนี้เป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 7,053 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างรวม 1,237 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้ารวมเป็น 8,874 เมกะวัตต์ภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนตุลาคม 2564 เตรียม COD โรงไฟฟ้าเพิ่ม 2 แห่ง กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 160.31 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว กำลังผลิตติดตั้งรวม 296.23 เมกะวัตต์ ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ในอินโดนีเซีย โดยบริษัทฯถือหุ้น 49% และโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน กำลังการผลิตติดตั้งรวม 29.70 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม บริษัทฯ ถือหุ้น 51.04% ซึ่งจะรับรู้รายได้ทันทีส่งผลให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้น

พร้อมกันนี้เพื่อให้กำลังการผลิตไฟฟ้าเป็นไปตามเป้าหมายนั้น ปัจจุบันนั้นบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทนที่ดำเนินงานแล้วในต่างประเทศกำลังผลิตรวมประมาณ 970 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถปิดดีลได้อย่างน้อย 1-2 โครงการ กำลังการผลิตรวมมากกว่า 100 เมกะวัตต์ภายในปลายปีนี้ คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 4-5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ยังคาดว่าจะสามารถปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้าโครงการใหญ่เพิ่มได้อีกในช่วงกลางปี 2565 ขนาดกำลังการผลิตมากกว่า 100 เมกะวัตต์ ซึ่งมั่นใจว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทจะเพิ่มเป็น 10,000 วัตต์ได้ภายในปี 2566

นายกิจจา กล่าวว่า สำหรับการออกหุ้นเพิ่มทุนนั้นอยู่ระหว่างการเสนอการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อพิจารณาอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทจาก 14,500 ล้านบาท เป็น 22,192 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 769.23 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท เพื่อออกและเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม มูลค่าเสนอขายอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะเสนอขายได้ภายในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

บริษัทจะนำเงินดังกล่าวเพื่อใช้ลงทุนโครงการต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพราะการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องใช้เงินลงทุน เพื่อให้ฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่ง ดังนั้นจะต้องใช้เงินระดมทุน บวกกับเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพื่อให้บริษัทเติบโตตามเป้า อย่างไรก็ตามบริษัทมีการเตรียมความพร้อมสำหรับเงินลงทุนวงเงิน 4-4.5 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้สำหรับแผนลงทุนปี 2564-2565

นายกิจจา กล่าวถึงผลการดำเนินงานว่า ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 4,210.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยบวกมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้การขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในออสเตรเลียและส่วนแบ่งกำไรของกิจการร่วมทุน ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลงด้วย

อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก 2564 นั้นสะท้อนถึงความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มโรงไฟฟ้าที่เป็นสินทรัพย์หลักของบริษัทฯ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งกำลังผลิตเชิงพาณิชย์ที่บริษัทฯ รับรู้จากการลงทุน รวม 7,053 เมกะวัตต์ และสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ เป็นเงินจำนวน 18,948.66 ล้านบาท จากรายได้รวม 19,217.47 ล้านบาท

ฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564  มีสินทรัพย์รวมจำนวน 123,232.70 ล้านบาท หนี้สินจำนวน57,118.07 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 66,114.63 ล้านบาท  ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.58 เท่า อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR) 5.63 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น 11.94%